ปัญหาวิชาธรรม ธรรมศึกษาชั้นเอก ( ชุด ๒)
       พระครูวิมลธรรมวงศ์   เจ้าอาวาสวัดสระเตยน้อย

                             โทร.๐๘๑-๙๙๔๙๓๙๙

1.พระพุทธเจ้าตรัสชวนพุทธบริษัทให้มาดูโลก เพื่อประโยชน์ใด ?
ก.ให้เห็นคุณและโทษ           ข.ให้เกิดความเบื่อหน่าย
ค.ให้เกิดความเพลิดเพลิน     ง.ให้เกิดความไม่ประมาท ตอบ ก
2.ทำอย่างไร จึงจะไม่ข้องอยู่ในโลก ?
ก.ออกบวช                            ข.ปรารถนาไม่เกิดอีก
ค.ไม่ยุ่งกับใคร                      ง.ไม่ติดในสิ่งล่อใจ ตอบ ง
3.ผู้ไม่ข้องอยู่ในโลก จะได้รับผลอย่างไร ?
ก.เป็นคนรู้ทันโลก                                ข.พ้นจากความวุ่นวาย
ค.เป็นอิสระแก่ตน                 ง.เป็นคนมีอุเบกขา ตอบ ค
4.เจตสิกที่เป็นกิเลสกามเกี่ยวข้องกับจิตอย่างไร ?
ก.ทำให้จิตใจผ่องใส              ข.ทำให้จิตเศร้าหมอง
ค.ทำให้จิตอ่อนแอ                                ง.ทำให้จิตเข้มแข็ง ตอบ ข
5.รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ที่น่าใคร่ ตรงกับข้อใด ?
ก.กิเลสกาม  ข.วัตถุกาม   ค.กามโอฆะ  ง.กามโยคะ ตอบ ข
6.ปฏิบัติอย่างไร จึงจะตัดบ่วงแห่งมารได้เป็นสมุจเฉทปหาน ?
ก.เจริญวิปัสสนา                    ข.สำรวมอินทรีย์
ค.เข้าฌานสมาบัติ                  ง.มนสิการกัมมัฏฐาน ตอบ ก
7.ผู้ใดเห็นตามจริงด้วยปัญญาว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง ผู้นั้น…?
ก.ย่อมเมาในทุกข์                  ข.ย่อมพ้นจากทุกข์
ค.ย่อมหมดสิ้นทุกข์              ง.ย่อมหน่ายในทุกข์ ตอบ ง
8.ความต่างกันแห่งสังขาร มีได้เพราะอะไร ?
ก.บุญ      ข.บาป      ค.กุศล   ง.กรรม ตอบ ง
9.หน่ายอะไร จัดเป็นนิพพิทา ?
ก.หน่ายในสังขาร                  ข.หน่ายสังคม
ค.หน่ายการเรียน                   ง.หน่ายการงาน ตอบ ก
10.คนและสัตว์ จัดเป็นสังขารประเภทใด ?
ก.วิสังขาร                               ข.ปุญญาภิสังขาร
ค.อุปาทินนกสังขาร              ง.อนุปาทินนกสังขาร ตอบ ค
11.ในปฏิปทาแห่งนิพพิทา ใครเห็นปัญจะขันธ์ไม่เที่ยง
แล้วเกิดความหน่าย ?
ก.บรรพชิต   ข.คฤหัสถ์     ค.ปุถุชน    ง.อริยสาวก ตอบ ง

12.อนิจจตา มีลักษณะเช่นไร ?
ก.ทนอยุ่ไม่ได้                       ข.หาเจ้าของไม่ได้
ค.เกิดแล้วเสื่อมไป                                ง.ไม่อยู่ในอำนาจ ตอบ ค
13.อนิจจลักษณะไม่ปรากฏในที่ใด ?
ก.นรก    ข.สวรรค์    ค.พรหมโลก  ง.นิพพาน ตอบ ง
14.ทุกข์เกิดขึ้นเพราะไม่สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา
จัดเข้าในทุกข์ประเภทใด ?
ก.วิปากทุกข์  ข.ปกิณกทุกข์  ค.สันตาปทุกข์  ง.สหคตทุกข์ ตอบ ข
15.หนาว ร้อน หิว กระหาย จัดเป็นทุกข์ประเภทใด ?
ก.สภาวทุกข์  ข.วิปากทุกข์  ค.นิพัทธทุกข์  ง.สหคตทุกข์ ตอบ ค
16.ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข โทมนัส จัดเป็นทุกข์ประเภทใด ?
ก.นิพัทธทุกข์  ข.วิปากทุกข์  ค.ปกิณกทุกข์  ง.สหคตทุกข์ ตอบ ง
17.ข้อใด จัดเป็นวิปากทุกข์ ?
ก.กลัวแพ้คดี                          ข.กลัวไม่มีงานทำ
ค.หิว กระหายน้ำ                   ง.ร้อนใจจากการทุจริต ตอบ ง
18.คำว่า คนตื่นแล้วย่อมไม่เห็นอารมณ์ในความฝัน ฉันใด
บ่งถึงสังขารในลักษณะใด ?
ก.เป็นสภาพว่าง                     ข.เป็นสภาพหายไป
ค.ไม่อยู่ในอำนาจ                  ง.เป็นไปตามเหตุปัจจัย ตอบ ข
19.ชีวิตไม่ได้ดั่งใจหวังเสมอไป ตรงกับอนัตตลักษณะข้อใด ?
ก.ไม่อยุ่ในอำนาจ                  ข.เป็นสภาพสูญ
ค.หาเจ้าของมิได้                    ง.เป็นไปตามเหตุปัจจัย ตอบ ก
20.เมื่อรู้ว่า สังขารเป็นไปตามเหตุปัจจัย พึงปฏิบัติอย่างไร ?
ก.มีสุขทุกเมื่อ                        ข.มีทุกข์ทุกเมื่อ
ค.มีสติทุกเมื่อ                        ง.วางเฉยทุกเมื่อ ตอบ ค
21.วิราคะ เกิดจากข้อใด ?
ก.ความสงบ                           ข.ความหลุดพ้น
ค.ความบริสุทธิ์                      ง.ความหน่ายสังขาร ตอบ ง
22.ความนำออกเสียซึ่งความกระหาย หมายถึงนำอะไรออก ?
ก.วัฏฏะ  ข.ตัณหา   ค.อาลัย  ง.ความเมา ตอบ ข
23.วิมุตติข้อใด เป็นของปุถุชน ?
ก.สมุทเฉทวิมุตติ                   ข.วิกขัมภนวิมุตติ
ค.นิสสรณวิมุตติ                    ง.ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ
24.วิมุตติข้อใด จัดเป็นโลกิยะ ?
ก.สมุทเฉทวิมุตติ                   ข.วิกขัมภนวิมุตติ
ค.นิสสรณวิมุตติ                    ง.ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ ตอบ ข
25.วิกขัมภนวิมุตติ เป็นความหลุดพ้นด้วยอำนาจแห่งอะไร ?
ก.ฌาน    ข.ญาณ    ค.ปัญญา    ง.สัทธา ตอบ ก
26.ข้อใดจัดเป็นทางแห่งวิสุทธิ ?
ก.วิมุตติ  ข.นิพพิทา      ค.วิราคะ          ง.นิพพาน ตอบ ข
27.ความบริสุทธิ์ภายใน ย่อมมีด้วยอะไร ?
ก.สมถะ  ข.สมาธิ      ค.ฌาน       ง.ปัญญา ตอบ ง
28.ทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง ไม่ทำบาปเองย่อมหมดจดเอง ตรงกับข้อใด ?
ก.บุญบาปไม่มี                       ข.บุญบาปเกิดจากตนเอง
ค.บุญบาปเกิดเอง                  ง.บุญบาปเกิดจากเทพเจ้า ตอบ ข
29.จุติอย่างไร จึงจะไปเกิดในภพที่ดี ?
ก.นึกถึงพระอรหันต์             ข.อธิษฐานจิตไปสวรรค์
ค.เจริญเทวตานุสสติ              ง.ทำจิตไม่ให้เศร้าหมอง ตอบ ง
30.ข้อใด ไม่ใช่สัมมาวายามะ ?
ก.พยายามระงับปัญหา          ข.พยายามป้องกันปัญหา
ค.พยายามหนีปัญหา              ง.พยายามพัฒนาสิ่งดีงาม ตอบ ค
31.จงพอกพูนทางแห่งความสงบ อะไรเรียกว่า ทาง ?
ก.ไตรทวาร   ข.วิสุทธิ 7     ค.ไตรสิกขา   ง.มรรค 8 ตอบ ก
32.โลกามิส เป็นอุปสรรคของธรรมใด ?
ก.วิสุทธิ    ข.วิมุตติ         ค.วิราคะ        ง.สันติ ตอบ ง

33.ข้อใด เป็นทางสันติภาพแท้ ตามวิธีพุทธ ?
ก.เคารพสิทธิมนุษยชน         ข.ทำกาย วาจา ใจ ให้สงบ
ค.เคารพกฏหมายบ้านเมือง   ง.พยายามปรับปรุงตัวเอง ตอบ ข
34.อนฺโต ทุกฺขสฺส ที่สุดแห่งทุกข์ ตรงกับข้อใด ?
ก.ฌาน    ข.มรรค    ค.นิพพาน    ง.วิมุตติ ตอบ ค
35.ข้อใด ไม่ใช่วิธีปลูกฉันทะในนิพพาน ?
ก.ทำกิจที่ควรทำ                    ข.ทำทุกกรกิริยา
ค.ไม่เป็นผู้อยู่เปล่า                 ง.อยู่ด้วยความไม่มีภัย ตอบ ข
36.ปฏิบัติอย่างไร จึงจะเข้าใกล้พระนิพพาน ?
ก.รักษาศีลเป็นประจำ           ข.ฝึกสมาธิเป็นนิตย์
ค.ฟังธรรมสม่ำเสมอ              ง.เห็นภัยในความประมาท ตอบ ง
37.ข้อใด กล่าวถึงสอุปาทิเสสนิพพานได้ถูกต้อง ?
ก.สิ้นกิเลส มีชีวิตอยู่             ข.ปฏิบัติเพื่อละกิเลส
ค.สิ้นกิเลส สิ้นชีวิต                               ง.สิ้นชีวิต มีกิเลสอยู่ ตอบ ก

38.สิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการฝึกสมาธิ คือข้อใด ?
ก.นิวรณ์    ข.กามคุณ       ค.วิปลาส       ง.อุปกิเลส ตอบ ก
39.คนมักง่วงนอน ควรเจริญกัมมัฏฐานอะไร ?
ก.กสิณ  ข.มูลกัมมัฏฐาน   ค.พรหมวิหาร  ง.พุทธานุสสติ ตอบ ง
40.อิริยาบถใด ไม่เหมาะแก่ผู้เริ่มเจริญกัมมัฏฐาน ?
ก.ยืน       ข.เดิน          ค.นั่ง      ง.นอน ตอบ ง
41.มูลกัมมัฏฐาน ตรงกับข้อใด ?
ก.เบญจขันธ์                           ข.อายตนภายใน
ค.ตจปัญจกะ                          ง.อายตนภายนอก ตอบ ค
42.การเจริญกายคตาสติ มีประโยชน์อย่างไร ?
ก.ละความเห็นผิด                  ข.ละความเห็นแก่ตัว
ค.ละความโกรธ                    ง.ละความพอใจในกาม ตอบ ง
43.คนหลงในรูปตนและคนอื่น ควรเจริญกัมมัฏฐานอะไร ?
ก.เมตตา                                  ข.พุทธานุสสติ
ค.กายคตาสติ                         ง.จตุธาตุววัตถาน ตอบ ค
44.การแผ่เมตตา ควรแผ่ไปในใครก่อน ?
ก.ตนเอง ข.มารดาบิดา    ค.มิตรสหาย  ง.สัตว์ทั้งปวง ตอบ ก
45.ข้อใด เป็นอานุสงส์ของการเจริญเมตตา ?
ก.ไม่มีอคติ                             ข.ไม่มีภัยเวร
ค.ไม่ประมาท                        ง.มีคนนับถือ ตอบ ข
46.ข้อใด เป็นอานิสงส์ของการเจริญพุทธานุสสติ ?
ก.ได้รู้พุทธประวัติ                                ข.ให้เกิดปัญญา
ค.ให้มีความอดทน                                ง.ให้มีความอุตสาหะ ตอบ ง
47.คนมีใจฟุ้งซ่านและรำคาย ควรเจริญกัมมัฏฐานอะไร ?
ก.กสิณ                    ข.กายคตาสติ
ค.พุทธานุสสติ       ง.จตุธาตุววัตถาน ตอบ ก
48.ผู้จะเจริญวิปัสสนา ควรทำกิจใดก่อน ?
ก.ทำจิตใจให้สงบ                  ข.ชำระศีลให้บริสุทธิ์
ค.ชำระจิตให้บริสุทธิ์            ง.ทำความเห็นให้ตรง ตอบ ข
49.กิจของวิปัสสนา ได้แก่ข้อใด ?
ก.กำจัดกิเลส                          ข.กำจัดโทสะ
ค.กำจัดโมหะ                         ง.กำจัดนิวรณ์ ตอบ ค
50.ผลของวิปัสสนา คือข้อใด ?
ก.มีจิตตั้งมั่น                          ข.เห้นนิพพานตามจริง
ค.เห็นโลกตามจริง                                ง.เห็นสังขารตามจริง ตอบ ง

ปัญหาวิชาพุทธานุพุทธประวัติ ธรรมศึกษาชั้นเอก ชุด ๒
พระครูวิมลธรรมวงศ์   เจ้าอาวาสวัดสระเตยน้อย
โทร.๐๘๑-๙๙๔๙๓๙๙

1.พุทธานุพุทธประวัติ กล่าวถึงเรื่องอะไร ?
ก.ประวัติพระพุทธเจ้า           ข.ประวัติพระสาวก
ค.ประวัติพระพุทธเจ้าและพระสาวก
ง.ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา  ตอบ ค
2.ปัญจมหาวิโลกนะ ที่พระมหาสัตว์ทรงพิจารณาถึง คือข้อใด ?
ก.แคว้น เมือง ชนบท สกุล มารดา  ข.กาล ทวีป ประเทศ สกุล มารดา
ค.กาล ทวีป ประเทศ เมือง มารดา
ง.ชนบท ทวีป ประเทศ สกุล มารดา  ตอบ ข
3.ข้อใด แสดงถึงทิฏฐิมานะกล้าของชาวชมพูทวีป ?
ก.นับถือพระพรหม                             ข.นับถือลัทธิฤาษี
ค.ถือชั้นวรรณะ                     ง.นับถือพระอิศวรตอบ ค
4.พระวาจาว่า เราเป็นเลิศ เป็นใหญ่ ประเสริฐสุดในโลก เรียกว่า ?
ก.สัจจวาจา  ข.มธุรวาจา    ค.ปิยวาจา  ง.อาสภิวาจา ตอบ ง
5.เจ้าชายสิทธัตถะ มีพี่น้องร่วมพระราชบิดา คือใคร ?
ก.พระนันทะ พระนางยโสธรา   ข.พระนันทะ พระนางโรหิณี
ค.พระนันทะ พระนางกัญจนา   ง.พระนันทะ พระนางรูปนันทา   :ง
6.ขณะเสวยวิมุตติสุขที่รัตนฆรเจดีย์ พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาอะไร ?
ก.พระวินัย   ข.พระสูตร    ค.พระอภิธรรม ง.เวไนยสัตว์ ตอบ ค
7.พระพุทธคุรว่า อรหํ เป็นผู้ไกล…หมายถึง ?
ก.จากทุกข์   ข.จากภพชาติ   ค.จากกิเลส  ง.จากอุปทาน ตอบ ค
8.ในอนัตตลักขณสูตร พระพุทธเจ้าตรัสสิ่งใดว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์
เป็นอนัตตา ?
ก.เวทนา 5   ข.ขันธ์ 5   ค.นิวรณ์ 5  ง.อายตนะ 6 ตอบ ข
9.ใครออกบวช เพราะเชื่อมั่นในตำราทายลักษณะ ?
ก.พระมหากัสสปะ                                ข.พระอัญญาโกณฑัญญะ
ค.พระวังคีสะ                         ง.พระอัสสชิ ตอบ ข
10.สามุกกังสิกธรรม แปลว่าอะไร ?
ก.ธรรมที่พระองค์ทรงประกาศครั้งแรก  ข.ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงแก่เจ้าลัทธิต่าง ๆ   ค.ธรรมที่พระองค์ทรงยกขึ้นแสดงเอง
ง.ธรรมที่พระองค์ทรงแสดงก่อนธรรมข้ออื่น ๆ   ตอบ ค
11.พระพุทธประสงค์หลัก ที่พระองค์ทรงส่งพระสาวกไปประกาศ
พระศาสนา คืออะไร ?
ก.เพื่อเผยแผ่พระศาสนา        ข.เพื่อทำให้โลกร่มเย็น
ค.เพื่อให้มหาชนหมดกิเลส  ง.เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน ตอบ ง
12.เหตุใด พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาในแคว้นมคธก่อน ?
ก.เพราะเป็นเมืองเจริญ          ข.เพราะมีเจ้าลัทธิอยู่มาก
ค.เพราะชาวมคธนิมนต์        ง.เพราะเป็นทางผ่านพอดี ตอบ ข
13.พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนคนกลุ่มใด จึงประกาศพระศาสนาได้เร็ว ?
ก.นักบวช  ข.เศรษฐีคหบดี ค.กษัตริย์และเจ้าลัทธิ ง.สามัญชน ตอบ ค
14.พระเจ้าพิมพิสารได้ดวงตาเห็นธรรม เพราะฟังธรรมอะไร ?
ก.ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร     ข.อริยธรรม
ค.อาทิตตปริยายสูตร            ง.อนุปุพพีกถาและอริสัจ 4 ตอบ ง
15.ใครทำกติกากันไว้ว่า ผู้ใดบรรลุธรรมวิเศษก่อน จัก บอกแก่กัน ?
ก.ยสกุลบุตรกับสหาย           ข.ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5
ค.ชฏิล 3 พี่น้อง                      ง.อุปติสสะกับโกลิตะ ตอบ ง
16.ผู้ใด เป็นมิตรมีอุปการะต่อมิตร ?
ก.พระอุรุเวลกัสสปะ            ข.พระมหากัสสปะ
ค.พระสารีบุตร                      ง.พระมหาโมคคัลลานะ ตอบ ค
17.ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา พระพุทธเจ้าตรัสที่ไหน ?
ก.ถ้ำสุกรขาตา                        ข.ป่าอิติปตนมฤคทายวัน
ค.วัดเวฬุวัน                            ง.กัลลวาลมุตตคาม ตอบ ง
18.พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระสาวกองค์ใด ว่ามีธรรมเป็นเครื่องอยู่
เสมอด้วยพระองค์ ?
ก.พระอัญญาโกณฑัญญะ     ข.พระอานนท์
ค.พระมหากัสสปะ                ง.พระอุบาลี     ตอบ  ค
19.พระเจ้าจัณฑปัชโชต ทรงสดับธรรมจากใครเป็นครั้งแรก ?
ก.พระพุทธเจ้า                       ข.พระมหาโมคคัลลานะ
ค.พระมหากัสสปะ                                ง.พระมหากัจจายนะ ตอบ ง
20.อะไรเป็นภัยใหญ่ของสัตว์โลก พระพุทธเจ้าตรัสตอบ อชิตมาณพว่าอย่างไร ?
ก.ลาภเป็นภัยใหญ่                 ข.ทุกข์เป็นภัยใหญ่
ค.ยศเป็นภัยใหญ่                   ง.ความโกรธเป็นภัยใหญ่ ตอบ ค
21.โลกมีอะไรผูกพันไว้ พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่าอย่างไร ?
ก.ความเพลิดเพลิน                                ข.ความทะยานอยาก
ค.ความยินดีในกาม                               ง.ความไม่รู้อริยสัจ 4 ตอบ ก
22.มาณพทั้ง 16 คน ใครบรรลุธรรมช้ากว่าเพื่อน ?
ก.โมฆราชมาณพ  ข.ปิงคิยมาณพ  ค.อุทยมาณพ ง.โปสาลมาณพ : ข
23.สิ่งใดเป็นมาร เธอพึงละความพอใจในสิ่งนั้นเสีย ตรัสแก่ใคร ?
ก.พระภัททวัคคีย์  ข.พระนันทะ  ค.พระราธะ ง.พระอานนท์ ตอบ ค
24.พระสาวกองค์ใด เป็นหลานของพระอัญญาโกณฑัญญะ ?
ก.พระโสณโกฬิวิสะ             ข.พระปุณณมันตานีบุตร
ค.พระโสณกุฏิกัณณะ           ง.พระปิงคิยะ ตอบ ข
25.ใครเป็นผู้สร้างวัดเชตวัน ?
ก.เจ้าเชตุ ข.พระเจ้าอชาตศัตรู ค.โฆสกเศรษฐี ง.อนาถปิณฑิกเศรษฐี:ง
26.ใครทูลขอให้งดบวชกุลบุตรที่บิดามารดาไม่อนุญาต ?
ก.พระเจ้าพิมพิสาร                                ข.พระเจ้าสุทโธทนะ
ค.พระเจ้าปเสนทิโกศล         ง.พระเจ้าอชาตศัตรู ตอบ ข
27.ฝนโบกขรพรรษตกในคราวพระพุทธเจ้าประทับ ณ ที่ใด ?
ก.กรุงกบิลพัสดุ์  ข.กรุงราชคฤห์  ค.กรุงเวสาลี ง.กรุงเทวทหะ ตอบ ก
28.พระเจ้าสุทโธทนะฟังธรรมอะไร จึงสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ?
ก.อนุปุพพีกถา                       ข.อนิจจาทิปฏิสังยุต
ค.ธรรมปาลชาดก                  ง.เวสสันดรชาดก ตอบ ข
29.ความสงสัยเกิดขึ้นเมื่อใด ขอข้าพระองค์ทูลถามได้เมื่อนั้น เป็นคำพูดของใคร ?
ก.พระภัททิยะ  ข.พระมหานามะ ค.พระอานนท์  ง.พระอนุรุทธะ : ค
30.พระสาวกองค์ใด มีความเชี่ยวชาญในพระวินัย ?
ก.พระอุบาลี  ข.พระนทีกัสสปะ ค.พระอานนท์ ง.พระมหากัสสปะ :ก
31.พระสาวกองค์ใด สนับสนุนการบวชภิกษุณีเป็นครั้งแรก ?
ก.พระสารีบุตร ข.พระมหากัสสปะ  ค.พระอุบาลี  ง.พระอานนท์ :ง
32.อุบาสก อุบาสิกา มีความหมายว่าอย่างไร ?
ก.ผู้นับถือพระพุทธเจ้า          ข.ผู้นับถือพระพุทธศาสนา
ค.ผู้นั่งใกล้พระสงฆ์              ง.ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย ตอบ ง
33.พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี อุปสมบทตั้งใจในการบวชอย่างไร ?
ก.อดพระกระยาหาร             ข.กลั้นลมหายใจ
ค.ตัดพระเกศา                        ง.ยอมสิ้นพระชนม์ ตอบ ค
34.พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี อุปสมบทเป็นภิกษุณีด้วยวิธีใด ?
ก.ญัตติจตุตถกรรม                               ข.รับครุธรรม 8
ค.ติสรณคมนูปสัมปทา         ง.รับโอวาท 3 ตอบ ข
35.อัครสาวิกาเบื้องขวา เบื้องซ้ายของพระพุทธเจ้า คือใคร ?
ก.พระอุบลวรรณาเถรี พระรูปนันทาเถรี   ข.พระเขมาเถรี พระอุบลวรรณาเถรี     ค.พระเขมาเถรี พระปฏาจาราเถรี
ง.พระธัมมทินนาเถรี พระรูปนันทาเถรี ตอบ ข
36.พระเถรีองค์ใด ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศด้านวินัย ?
ก.พระภัททากาปิลานีเถรี      ข.พระมหาปชาบดีโคตมีเถรี
ค.พระปฏาจาราเถรี                               ง.พระรูปนันทาเถรี ตอบ ค
37.ดอกไม้ชนิดใด ตกในสถานที่พระศาสดาปรินิพพาน ?
ก.ดอกปาริฉัตร ข.ดอกสาละ  ค.ดอกโศก  ง.ดอกมณฑารพ ตอบ ง
38.เจดีย์ที่บรรจุพระไตรปิฏก เป็นเจดีย์ประเภทใด ?
ก.ธาตุเจดีย์  ข.บริโภคเจดีย์  ค.ธรรมเจดีย์  ง.อุทเทสิกเจดีย์ ตอบ ค
39.พระพุทธเจ้าทรงแสดงอภิญญาเทสิตธรรม ที่ไหน ?
ก.กูฏาคารศาลา ข.โภคนคร  ค.อานันทเจดีย์ ง.ภัณฑุคาม ตอบ ก
40.ใครเป็นผู้ถวายผ้าสิงคิวรรณ ?
ก.ตปุสสะ  ข.ปุกกุสะ       ค.ภัลลิกะ      ง.จุนทะ ตอบ ข
41.ปัจฉิมสาวก คือใคร ?
ก.อุปติสสปริพาชก                 ข.โกลิตะปริพาชก
ค.สุภัททปริพาชก  ง.อุปกาชีวก ตอบ ค
42.บิณฑบาตที่ตรัสว่ามีอานิสงส์มาก มีกี่ครั้ง ?
ก.2 ครั้ง     ข.3 ครั้ง       ค.4 ครั้ง           ง.5 ครั้ง ตอบ ก
43.พระพุทธเจ้าทรงแสดงปัจฉิมโอวาทที่ไหน ?
ก.อัมพวัน  ข.สาลวโนทยาน  ค.ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ง.ลัฏฐิวัน :ข
44.พระโอวาททั้งปวงที่ทรงประทานตลอดพระชนม์ชีพ
ประมวลลงเป็นหนึ่งเดียว คืออะไร ?
ก.ความไม่ประมาท               ข.ทางสายกลาง ค.ความอดทน ง.ความกตัญญู  :ก
45.ความเป็นผู้ฉลาดในภาษา เข้าใจพูดให้คนเลื่อมใส คือข้อใด ?
ก.อัตถปฏิสัมภิทา                  ข.ธัมมปฏิสัมภิทา
ค.นิรุตติปฏิสัมภิทา                               ง.ปฏิภาณปฏิสัมภิทา ตอบ ค
46.สถานที่ใด เป็นที่ทำปฐมสังคายนา ?
ก.ถ้ำสัตตบรรณ  ข.ถ้ำปิบผลิ   ค.ถ้ำสุกรขาตา ง.ถ้ำอิสิคิลิ : ก
47.กษัตริย์พระองค์ใด ทรงอุปถัมภ์การทำปฐมสังคายนา ?
ก.พระเจ้าพิมพิสาร                                ข.พระเจ้าปเสนทิโกศล
ค.พระเจ้าอโศกมหาราช        ง.พระเจ้าอชาตศัตรู ตอบ ง
48.ใครเป็นอัครศาสนูปถัมภก คราวทำสังคายนาครั้งที่ 3 ?
ก.พระเจ้าอชาตศัตรู               ข.พระเจ้าอโศกมหาราช
ค.พระเจ้ากาลาโศกราช         ง.พระเจ้าเทวานัมปิยติสสะ ตอบ ข
49.เหตุแห่งการทำสังคายนาครั้งที่ 3 คืออะไร ?
ก.การจ้วงจาบพระธรรมวินัย                  ข.การทะเลาะวิวาท
ค.การบัญญัติวัตถุ 10 ประการ  ง.เดียรถีย์ปลอมบวชเพื่อลาภผล : ง
50.พระเถระรูปใด นำพระพุทธศาสนามาเผยแผ่ยังสุวรรณภูมิ ?
ก.พระโสณะ พระอุตตระ        ข.พระธัมมรักขิต พระมหินทะ
ค.พระรักขิตะ พระมหาเทวะ   ง.พระมัชฌันติกะ พระมัชฌิมะ ตอบ ก
ปัญหาและเฉลยวิชากรรมบถ (วินัย) ธรรมศึกษาชั้นเอก  ชุด ๒
โดย        พระครูวิมลธรรมวงศ์  ดร.  (น.ธ.เอก ป.เอก ) เจ้าอาวาสวัดสระเตยน้อย
                           โทร.๐๘๑-๙๙๔๙๓๙๙
1.พระพุทธศาสนาสอนว่า สุขทุกข์ของสัตว์ทั้งหลายเกิดจากอะไร ?
ก.อำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์             ข.อำนาจพุทธานุภาพ
ค.อำนาจแห่งเทพเจ้า              ง.อำนาจวิบากกรรม ตอบ ง
2.คำว่า กรรมบถ หมายถึง กรรมนำสัตว์ให้ไปเกิดในสถานที่ใด ?
ก.สุคติทุคติ  ข.มนุษยโลก   ค.เทวโลก  ง.พรหมโลก  ตอบ ก
3.กุศลกรรมบถนำสัตว์ให้ไปเกิดในกำเนิดที่ดี ตรงกับข้อใด ?
ก.สัตว์นรก   ข.มนุษย์     ค.อสุรกาย  ง.เปรต ตอบ ข
4.อกุศลกรรมบถนำสัตว์ให้ไปเกิดในกำเนิดที่เลว ตรงกับข้อใด ?
ก.สัตว์ดิรัจฉาน   ข.มนุษย์   ค.เทวดา   ง.พรหม  ตอบ ก
5.กรรมบถ 10 ประการ จัดเป็นกรรม 3 อย่าง ยกเว้นข้อใด ?
ก.กายกรรม   ข.วจีกรรม   ค.บุญกรรม  ง.มโนกรรม ตอบ ค
6.โลภะ โทสะ โมหะ เป็นเหตุให้บุคคลกระทำกรรมใด ?
ก.บุญกรรม                            ข.อกุศลกรรม
ค.กุศลกรรม                           ง.อโหสิกรรม ตอบ ข
7.การกระทำจะสำเร็จเป็นกรรมบถได้ ต้องประกอบด้วยอะไร ?
ก.ตัณหา    ข.อภิชฌา    ค.เจตนา           ง.อารมณ์ ตอบ ค
8.ข้อใด ไม่จัดเข้าในอกุศลกรรมบถ 10 ประการ ?
ก.ปาณาติบาต  ข.สัมมาทิฏฐิ   ค.พยาบาท  ง.มิจฉาทิฏฐิ ตอบ ข
9.อะไรเป็นมูลเหตุให้บุคคลประพฤติกุศลกรรมบถ 10 ประการ ?
ก.กุศลมูล 3  ข.สุจริต 3    ค.กุศลมูล 3  ง.ทุจริต 3 ตอบ ค
10.กรรมที่เกิดขึ้นจากการกระทำทางกาย เรียกว่าอะไร ?
ก.กายกรรม   ข.วจีกรรม    ค.มโนกรรม  ง.ครุกรรม ตอบ ก
11.ข้อใด ไม่จัดเข้าในกายกรรมฝ่ายกุศล ?
ก.ปาณาติบาต                         ข.อทินนาทาน
ค.กาเมสุมิจฉาจาร                  ง.สัมผัปปลาปะ ตอบ ง
12.ปาณาติบาต โดยมากเกิดขึ้นทางทวารใด ?
ก.กายทวาร   ข.วจีทวาร   ค.มโนทวาร   ง.ถูกทุกข้อ  ตอบ ก

13.เมื่อว่าโดยอารมณ์ ปาณาติบาตมีอะไรเป็นอารมณ์ ?
ก.รูปสมาบัติ                          ข.รูปชีวิตินทรีย์
ค.อรูปสมาบัติ                        ง.อรุปชีวิตตินทรีย์ ตอบ ข
14.ข้อใด ไม่จัดเป็นอรูปชีวิตินทรีย์ ?
ก.รูป         ข.เวทนา      ค.สัญญา             ง.สังขาร ตอบ ก

15.ปาณาติบาตที่เกิดขึ้นทางวจีทวาร ตรงกับข้อใด ?
ก.คิดจะฆ่า                              ข.พยายามฆ่า
ค.ฆ่าเอง                                  ง.สั่งให้คนอื่นฆ่า  ตอบ ง
16.ปาณาติบาตมีโทษมาก เพราะผู้ฆ่ามีกิเลสรุนแรง ตรงกับข้อใด ?
ก.ฆ่าเพราะความแค้น            ข.ฆ่าเพราะหิวข้าว
ค.ฆ่าเพราะเข้าใจผิด               ง.ฆ่าเพราะขาดสติ ตอบ ก
17.พยายามฆ่า เป็นองค์แห่งกุศลกรรมบถข้อใด ?
ก.พยาบาท                              ข.ปาณาติบาต
ค.ผรุสวาจา                             ง.อทินนาทาน ตอบ ข
18.การกระทำอทินนาทาน เพราะมีโทสะเป็นมูล ตรงกับข้อใด ?
ก.สักเพราะตกทุกข์                               ข.ลักเพราะตกงาน
ค.ลักเพราะแค้นใจ                                ง.ลักเพราะถูกยุยง ตอบ ค
19.อทินนาทานมีโทษมาก เพราะขโมยของประเภทใด ?
ก.ของประณีต                       ข.ของสำคัญ
ค.ของผู้มีคุณธรรม                                ง.ถูกทุกข้อ ตอบ ง
20.อทินนาทาน จะสำเร็จเป็นกรรมบถในขณะใด ?
ก.รู้ว่ามีเจ้าของ                       ข.คิดจะลัก
ค.พยายามลัก                         ง.ลักมาได้ ตอบ ง
21.อทินนาทานที่เกิดขึ้นทางวจีทวาร ตรงกับข้อใด ?
ก.มีจิตคิดจะลัก                     ข.พยายามจะลัก
ค.สั่งให้คนอื่นลัก                  ง.ลักด้วยตนเอง ตอบ ค
22.รู้ว่ามีเจ้าของหวง เป็นองค์แห่งอกุศลกรรมบถข้อใด ?
ก.อทินนาทาน                       ข.พยาบาท
ค.กาเมสุมิจฉาจาร                  ง.ผรุสวาจา ตอบ ก
23.ความผิดที่เรียกว่า กาเมสุมิจฉาจาร ตรงกับข้อใด ?
ก.ไม่เคารพพ่อแม่                  ข.ไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่
ค.ไม่พอใจคู่ครอง                 ง.ไม่ทำตามกติกา ตอบ ค
24.สทารสันโดษ หมายถึงความพึงพอใจในเรื่องใด ?
ก.ยศศักดิ์                                                ข.คู่ครอง
ค.การงาน                               ง.บริวาร ตอบ ข
25.กาเมสุมิจฉาจารจะสำเร็จเป็นกรรมบถได้ ต้องเกิดทางทวารใด ?
ก.กายทวาร                            ข.วจีทวาร
ค.มโนทวาร                           ง.ถูกทุกข้อ ตอบ ก
26.ความเสื่อมโทรมทางสังคมกรณีใด เกิดจากกาเมสุมิจฉาจาร ?
ก.ขายยาเสพติ                        ข.ลอบวางระเบิด
ค.ละเมิดทางเพศ                    ง.ทุจริตคอรับชั่น ตอบ ค
27.มุสาวาทที่เกิดขึ้นจากคามพยายามทางกาย ตรงกับข้อใด ?
ก.แจ้งความเท็จ                      ข.ทำเอกสารเท็จ
ค.เป็นพยานเท็จ                     ง.ให้การเท็จ ตอบ ข
28.องค์แห่งมุสาวาทข้อใด ทำให้มุสาวาทสำเร็จเป็นกรรมบถ ?
ก.เรื่องไม่จริง   ข.จิตคิดจะพูด  ค.พยายามพูด  ง.คนอื่นเข้าใจ ตอบ ง
29.มุสาวาทที่สำเร็จเป็นกรรมบถ ต้องมีลักษณะเช่นไร ?
ก.คิดจะพูดเรื่องโกหก          ข.คนอื่นได้ประโยชน์
ค.คนอื่นเสียประโยชน์         ง.คนพูดเสียประโยชน์ ตอบ ค
30.มุสาวาท เกิดผลกระทบโดยตรงต่อสังคมอย่างไร ?
ก.คบหาไม่สนิทใจ                                ข.ชีวิตไม่ปลอดภัย
ค.ทรัพย์สุญหาย                     ง.ไม่เอื้อเฟื้อต่อกัน ตอบ ก
31.มุสาวาท ย่อมให้ผลในภายหน้าแก่ผู้กระทำอย่างไร ?
ก.มีอายุสั้น                             ข.มีชีวิตขัดสน
ค.เป็นคนบ้า                           ง.ไม่น่าเชื่อถือ ตอบ ง
32.คำพูดหยาบคาย เรียกว่าอะไร ?
ก.มุสาวาท                              ข.ผรุสวาจา
ค.สัมผัปปลาปะ                     ง.ปิสุณวาจา ตอบ ข
33.คำพูดยุยงทำให้คนอื่นเกิดความแตกแยก เรียกว่าอะไร ?
ก.มุสาวาท                              ข.ผรุสวาจา
ค.สัมผัปปลาปะ                     ง.ปิสุณวาจา ตอบ ค
34.คำพูดไม่เกิดประโยชน์ทั้งแก่ผู้พูดและผู้ฟัง เรียกว่าอะไร ?
ก.มุสาวาท                              ข.ผรุสวาจา
ค.สัมผัปปลาปะ                     ง.ปิสุณวาจา ตอบ ค
35.ปิสุณวาจา จะสำเร็จเป็นกรรมบถในขณะใด ?
ก.เมื่อคนอื่นเข้าใจ
ข.เมื่อคนอื่นเกิดแตกแยก
ค.เมื่อคนอื่นถูกด่า
ง.เมื่อคนอื่นเสียประโยชน์ ตอบ ข
36.คำพูดที่เป็นผรุสวาจา ผู้พูดมุ่งถึงเจตนาใด ?
ก.ประทุษร้าย                         ข.หลอกลวง
ค.ให้แตกแยก                        ง.ให้เข้าใจผิด ตอบ ก
37.ผู้พูดกล่าวผรุสวาจาด้วยเจตนาเช่นไร จึงไม่จัดเป็นผรุสวาจา ?
ก.มีเจตนาร้าย                         ข.มีเจตนาหวังดี
ค.มีเจตนาโลภ                       ง.มีเจตนาทำลาย ตอบ ข
38.เพราะเหตุใด คำพูดอ่อนหวาน แต่คนพูดมีเจตนามุ่งจะทำลาย จึงจัดเป็นผรุสวาจา ?
ก.มีจิตหยาบคาย                    ข.มีจิตเศร้าหมอง
ค.มีจิตอ่อนโยน                     ง.มีจิตหลอกลวง ตอบ ก
39.คิดละโมบอยากได้ของคนอื่นเอามาเป็นของตน เรียกว่าอะไร ?
ก.อทินนาทาน                       ข.อนภิชฌา
ค.อภิชฌา                                               ง.อพยาบาท ตอบ ค
40.มิจฉาทิฏฐิ โดยสภาวะ ได้แก่กิเลสใด ?
ก.โลภะ                                  ข.โทสะ
ค.มานะ                                   ง.โมหะ
41. ข้อใด เป็นกรรมบถและเป็นเหตุเกิดอกุศลกรรมบถเหล่าอื่น ?
ก. ปาณาติบาต                        ข. อภิชฌา
ค. ปิสุณวาจา                          ง. มุสาวาท ตอบ ข
42. จิตที่สหรคตด้วยมิจฉาทิฏฐิ เป็นเหตุให้คนทำอกุศลกรรมใด ?
ก. ฆ่าสัตว์                               ข. ลักทรัพย์
ค. จองเวร                               ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง
43. ความเห็นใด ปฏิเสธกรรมและผลแห่งกรรมอย่างสิ้นเชิง ?
ก. สัมมาทิฏฐิ                          ข. มิจฉาทิฏฐิ
ค. สักกายทิฏฐิ                       ง. สัสสตทิฏฐิ ตอบ ข
44. กุศลกรรมบถที่เกิดขึ้นทางมโนทวารอย่างเดียว ตรงกับข้อใด ?
ก. มิจฉาทิฏฐิ                          ข. อภิชฌา
ค. สัมมาทิฏฐิ                          ง. มุสาวาท ตอบ ค
45. บุคคลที่ไม่มีพยาบาทเกิดขึ้นในใจ ย่อมงดเว้นอกุศลกรรมใด ?
ก. เห็นผิด                               ข. ลักทรัพย์
ค. จองเวร                               ง. พูดโกหก ตอบ ค
46. บุคคลประพฤติเช่นไร ได้ชื่อว่ามีเมตตากายกรรม ?
ก. งดคิดร้ายกัน                     ข. งดทำร้ายกัน
ค. งดปองร้ายกัน                   ง. งดให้ร้ายกัน ตอบ ข
47. เห็นคนอื่นได้ดีแล้ว มีจิตพลอยอนุโมทนา จัดเป็นมโนกรรม เกิดขึ้น
ทางทวารใด ?
ก. กายทวาร                           ข. วจีทวาร
ค. มโนทวาร                          ง. ทุกทวาร
48. ผู้มีจิตตั้งมั่นในการเจริญพระกรรมฐาน แสดงว่ามีอุปนิสัยใด ?
ก. ทานูปนิสัย                         ข. สีลูปนิสัย
ค. ภาวนูปนิสัย                       ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ค
49. ข้อใด กล่าวเรื่องกรรมในพระพุทธศาสนาได้ถูกต้อง ?
ก. ตัดกรรมได้                       ข. ถอนกรรมได้
ค. แก้กรรมได้                       ง. เสวยผลกรรม  ตอบ ง
50. ข้อใด เป็นผลสูงสุดในการประพฤติกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ ?
ก. มีจิตหลุดพ้น                     ข. มีจิตใจมั่นคง
ค. มีกายเรียบร้อย                  ง. มีปัญญารอบรู้ ตอบ ก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s