พระครูวิมลธรรมวงศ์    วัดสระเตยน้อย  081-9949399

ปัญหาและเฉลยวิชาธรรม ธรรมศึกษาชั้นเอก พ.ศ. ๒๕๕๕

  1. พระพุทธเจ้าทรงเปรียบอะไรว่า ตระการดุจราชรถ ?

ก.           โลก        ข.           ชีวิต  ค.   อัตภาพ   ง.            สังขาร  คำตอบ : ก

  1. นิพพิทา คือความหน่ายในอะไร ?

ก.           การศึกษา                ข.           ทุกข์        ค.           บริวาร    ง.            ชีวิต   คำตอบ : ข

  1. คำว่า คนไร้พิจารณ์ หมายถึงใคร          ?

ก.คนไร้การศึกษา ข.คนไร้ศีลธรรม ค.คนขาดสติ ง.คนเขลา   คำตอบ : ง

  1. ผู้เห็นโลกตามเป็นจริง ได้รับผลอย่างไร ?

ก.           ได้สุขบ้างทุกข์บ้าง                ข.           ได้สามิสสุข

ค.           ได้สิ่งที่ปรารถนา   ง.            ได้นิรามิสสุข    คำตอบ : ง

  1. อะไร จัดเป็นบ่วงแห่งมาร?

ก.           รูป           เสียง       กลิ่น        รส          โผฏฐัพพะ              ข.           โลภะ      โทสะ      โมหะ

ค.           ตา            หู            จมูก        ลิ้น          กาย ง.     ตัณหา     ราคะ       อรติ คำตอบ : ก

  1. ปฏิบัติอย่างไร จึงจะพ้นจากบ่วงแห่งมาร ?

ก.           สำรวมกาย              ข.           สำรวมวาจา

ค.           สำรวมจิต               ง.            สำรวมในศีล             คำตอบ : ค

  1. สังขารในขันธ์ ๕ หมายถึงอะไร        ?

ก.           สภาพที่ปรุงแต่งจิต                                ข.           สภาพที่เป็นเอง

ค.           สภาพที่คงอยู่                                         ง.             สภาพที่เสื่อมไป      คำตอบ : ก

  1. อะไรจำแนกสัตว์ให้แตกต่างกัน ?

ก.           กรรม      ข.           กิเลส       ค.           บุญ          ง.            กุศล    คำตอบ : ก

  1. การเพิกสันตติได้ ทำให้เห็นอะไร ?

ก.           สามัญญลักษณะ     ข.           อนิจจลักษณะ

ค.           ทุกขลักษณะ          ง.            อนัตตลักษณะ   คำตอบ : ข

  1. อนิจจลักษณะกำหนดรู้ในทางง่าย ด้วยอาการอย่างไร?

ก.           เกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่   ข.           เกิดขึ้นแล้วดับไป

ค.           แปรไประหว่างเกิดดับ                         ง.            แปรไปชั่วขณะหนึ่ง   คำตอบ : ข

  1. ชาติ ชรา มรณะ    จัดเป็นทุกข์อะไร  ?

ก.           สภาวทุกข์              ข.           ปกิณณกทุกข์

ค.           นิพัทธทุกข์            ง.            พยาธิทุกข์    คำตอบ : ก

  1. กังวลใจเพราะสัตว์เลี้ยง จัดเป็นทุกข์อะไร ?

ก.           วิปากทุกข์              ข.           ปกิณณกทุกข์

ค.           สหคตทุกข์             ง.            สันตาปทุกข์   คำตอบ : ข

  1. ข้อใด เป็นลักษณะของนิพัทธทุกข์ ?

ก.           เกิด          แก่           เจ็บ         ตาย         ข.           ไม่สบายกาย           ใจ

ค.           หนาว      ร้อน        หิว          กระหาย  ง.            ร้องไห้เสียใจ คำตอบ : ค

  1. ข้อใด จัดเป็นพยาธิทุกข์ ?

ก.           ความเจ็บไข้           ข.           ความเศร้าโศก

ค.           ความคับแค้นใจ     ง.            ความหิวกระหาย   คำตอบ : ก

  1. ทุกข์เพราะถูกกิเลสเผา จัดเป็นทุกข์อะไร?

ก.           สภาวทุกข์              ข.           ปกิณณกทุกข์

ค.           สันตาปทุกข์           ง.            วิปากทุกข์   คำตอบ : ค

  1. การสู้คดีความกัน จัดเป็นทุกข์อะไร ?

ก.           อาหารปริเยฏฐิทุกข์               ข.           วิปากทุกข์

ค.           สันตาปทุกข์           ง.            วิวาทมูลกทุกข์   คำตอบ : ง

  1. คำว่า ธรรม ในบทว่า สพฺเพ     ธมฺมา       อนตฺตา   หมายถึงอะไร       ?

ก.           กุศลมูล   อกุศลมูล                ข.           กุศลวิตก อกุศลวิตก

ค.           สังขาร     วิสังขาร  ง.            กุศลธรรม               อกุศลธรรม  คำตอบ : ค

  1. ข้อใด ไม่ใช่ลักษณะของอนัตตาแห่งสังขาร ?

ก.           ไม่อยู่ในอำนาจ      ข.           แย้งต่ออัตตา

ค.           หาเจ้าของมิได้       ง.            เป็นกลุ่มก้อน   คำตอบ : ง

  1. ข้อใด ไม่ใช่ไวพจน์ของวิราคะ ?

ก.           ความสิ้นตัณหา      ข.           ความดับ

ค.           ความเข้าไปตัดวัฏฏะ             ง.            ความหน่าย   คำตอบ : ง

  1. ความติดพันห่วงใยในอารมณ์อันเป็นที่รัก เรียกว่าอะไร?

ก.           อาสวะ    ข.           สังโยชน์  ค.           อาลัย       ง.            ตัณหา   คำตอบ : ค

  1. วิมุตติ แปลว่าอะไร ?

ก.           ความหลุดพ้น        ข.           ความสิ้นกำหนัด

ค.           ความสิ้นตัณหา                      ง.            ความหน่าย  คำตอบ : ก

  1. เพราะสิ้นกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้นจากอะไร ?

ก.           อาสวะ    ข.           ตัณหา   ค.               ราคะ       ง.            นิวรณ์   คำตอบ : ก

  1. การบวงสรวงอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จัดเข้าในอาสวะใด ?

ก.           กามาสวะ                ข.           ภวาสวะ

ค.           อวิชชาสวะ             ง.            ผลาสวะ   คำตอบ : ค

  1. การระงับกิเลสกามและอกุศลธรรมด้วยกำลังฌาน จัดเป็นอะไร ?

ก.           ตทังควิมุตติ           ข.           วิกขัมภนวิมุตติ

ค.           สมุจเฉทวิมุตติ       ง.            ปฏิปัสสัทธิวิมุตติ     คำตอบ : ข

  1. ความหมดจดแห่งสัตว์ทั้งหลาย เกิดขึ้นได้ด้วยวิธีใด?

ก.           ลอยบาป ข.           ชำระบาป

ค.           ไถ่บาป   ง.            ไม่ทำบาป                  คำตอบ : ง

  1. เล็งเห็นสังขารว่าเป็นทุกข์ จัดเป็นญาณอะไร ?

ก.           อุทยัพพยญาณ       ข.           ภังคญาณ

ค.           อาทีนวญาณ           ง.            นิพพิทาญาณ   คำตอบ : ค

  1. สัมมาวายามะ ตรงกับข้อใด ?

ก.           พยายามชอบ          ข.           ตั้งใจชอบ

ค.           ระลึกชอบ              ง.            ดำริชอบ  คำตอบ : ก

  1. อริยมรรคข้อใด จัดเข้าในสีลวิสุทธิ ?

ก.           สัมมาทิฏฐิ              ข.           สัมมาวายามะ

ค.           สัมมากัมมันตะ      ง.            สัมมาสังกัปปะ   คำตอบ : ค

  1. อริยมรรคข้อใด จัดเข้าในจิตตวิสุทธิ ?

ก.           สัมมาวาจา              ข.           สัมมาวายามะ

ค.           สัมมากัมมันตะ      ง.            สัมมาอาชีวะ   คำตอบ : ข

  1. พิจารณาเห็นสังขารอย่างไร จัดเป็นทิฏฐิวิสุทธิ?

ก.           เห็นไตรลักษณ์      ข.           เห็นไตรรัตน์

ค.           เห็นไตรภูมิ            ง.            เห็นไตรเพท   คำตอบ : ก

  1. วิสุทธิใด จัดเป็นโลกุตตระ ?

ก.           จิตตวิสุทธิ              ข.           ทิฏฐิวิสุทธิ

ค.           กังขาวิตรณวิสุทธิ  ง.            ญาณทัสสนวิสุทธิ   คำตอบ : ง

  1. ข้อใด ทำให้เกิดสันติภายนอก ?

ก.           การรักษาศีล           ข.           การเจริญภาวนา

ค.           การปฏิบัติธรรม    ง.            การเจริญกัมมัฏฐาน    คำตอบ : ก

  1. ผู้เพ่งความสงบพึงละโลกามิสเสีย คำว่า โลกามิส คืออะไร ?

ก.           กามกิเลส                ข.           กามคุณ

ค.           กามราคะ                ง.            กามฉันทะ                 คำตอบ : ข

  1. ข้อปฏิบัติเป็นทางไปสู่พระนิพพาน ตรงกับข้อใด ?

ก.           วิมุตติ      ข.           มรรค

ค.           นิพพิทา  ง.            วิราคะ       คำตอบ : ข

  1. ผู้ไม่ประมาทและเห็นภัยในความประมาท จัดเป็นคนเช่นไร?

ก.           รู้จักพระนิพพาน   ข.           ใกล้พระนิพพาน

ค.           เข้าสู่พระนิพพาน   ง.            ถึงพระนิพพาน        คำตอบ : ข

  1. ข้อใด กล่าวถึงสอุปาทิเสสนิพพานได้ถูกต้อง ?

ก.           สิ้นชีวิตมีกิเลสอยู่  ข.           สิ้นชีวิตสิ้นกิเลส

ค.           สิ้นกิเลสมีชีวิตอยู่  ง.            สิ้นกิเลสสิ้นตัณหา   คำตอบ : ค

  1. เพราะละอะไรได้ ท่านจึงกล่าวว่านิพพาน ?

ก.           ความโกรธ             ข.           ความหลง               ค.           นิวรณ์     ง.            ตัณหา   คำตอบ : ง

  1. อุปมาว่า ไฟสิ้นเชื้อแล้วย่อมดับไปเอง กล่าวถึงเรื่องใด     ?

ก.           ฌาน        ข.           สมาบัติ  ค.              อภิญญา  ง.            นิพพาน   คำตอบ : ง

  1. สมถกัมมัฏฐาน ตรงกับข้อใด ?

ก.           การรู้แจ้งเห็นจริง   ข.           การกำจัดกิเลส

ค.           การทำใจให้สงบ    ง.            การละสังโยชน์       คำตอบ : ค

  1. บุคคลเช่นไร เจริญกัมมัฏฐานได้ผลดี?

ก.           มีความกังวล          ข.           มีความฟุ้งซ่าน

ค.           มีความเบื่อหน่าย   ง.            มีสติสัมปชัญญะ  คำตอบ : ง

  1. การเจริญสมถกัมมัฏฐาน เพื่อจุดประสงค์ใด ?

ก.           สงบจากนิวรณ์       ข.           เห็นแจ้งกองสังขาร

ค.           เห็นแจ้งไตรลักษณ์                ง.            หลุดพ้นจากกิเลส    คำตอบ : ก

 

  1. ประโยชน์ของการเจริญอสุภกัมมัฏฐาน คือข้อใด ?

ก.           เพื่อรู้แจ้งเห็นจริง   ข.           เพื่อคลายกำหนัด

ค.           เพื่อให้เกิดเมตตา   ง.            เพื่อกำจัดความโกรธ   คำตอบ : ข

  1. คนโทสจริต มีลักษณะเช่นไร ?

ก.           เชื่อง่าย    ข.           โมโหง่าย

ค.           รักง่าย     ง.            หลงง่าย   คำตอบ : ข

  1. คนมักโกรธ ควรแก้ด้วยการเจริญกัมมัฏฐานอะไร ?

ก.           กายคตาสติ             ข.           อสุภกัมมัฏฐาน

ค.           เมตตาพรหมวิหาร ง.            กสิณ   คำตอบ : ค

  1. การเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน เพื่อจุดประสงค์ใด?

ก.           สงบกาย  ข.           สงบวาจา

ค.           สงบใจ    ง.            รู้แจ้งเห็นจริง   คำตอบ : ง

  1. คำว่า วิปัสสนา มีความหมายว่าอย่างไร ?

ก.           เห็นแจ้งรูปนาม      ข.           เห็นแจ้งอวิชชา

ค.           เห็นแจ้งสังขาร       ง.            เห็นแจ้งพระนิพพาน   คำตอบ : ก

  1. ข้อใด เป็นอารมณ์ของวิปัสสนากัมมัฏฐาน ?

ก.           พรหมวิหาร            ข.           กสิณ

ค.           อสุภะ      ง.            รูปนาม   คำตอบ : ง

  1. ผู้เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน ควรทำกิจใดก่อน ?

ก.           ทำจิตให้เป็นสมาธิ ข.           ชำระศีลให้บริสุทธิ์

ค.           ชำระจิตให้บริสุทธิ์                ง.            ทำความเห็นให้ตรง  คำตอบ : ข

  1. พิจารณากายอย่างไร จึงจัดเป็นวิปัสสนา ?

ก.           ปฏิกูลน่าเกลียด     ข.           ไม่งามน่ารังเกียจ

ค.           เต็มไปด้วยของไม่สะอาด     ง.            ไม่เที่ยงต้องแตกสลาย

คำตอบ : ง

  1. กัมมัฏฐานเบื้องต้นที่พระอุปัชฌาย์สอนนาคผู้ขอบวช คือข้อใด?

ก.           ศีล           สมาธิ      ปัญญา    ข.           ทาน        ศีล           ภาวนา

ค.           ผม           ขน          เล็บ         ฟัน         หนัง       ง.            ปฐวี        อาโป      เตโช       วาโย

คำตอบ : ค

 

พระครูวิมลธรรมวงศ์    วัดสระเตยน้อย  081-9949399

ปัญหาและเฉลยวิชาพุทธานุพุทธประวัติ ธรรมศึกษาชั้นเอก
พ.ศ. ๒๕๕๕

  1. พระพุทธเจ้าเสด็จอุบัติขึ้นในโลก เพื่ออะไร ?

ก.           เป็นศาสดาสร้างสันติภาพ      ข.           เป็นศาสดาคุ้มครองโลก

ค.           เป็นศาสดาสร้างโลก              ง.            เป็นศาสดาสอนเวไนยสัตว์    : ง

  1. ปัญจมหาวิโลกนะที่พระบรมโพธิสัตว์ทรงพิจารณา คือข้อใด ?

ก.           แคว้น      เมือง       ชนบท    สกุล       มารดา

ข.           ประเทศ  บิดา        มารดา    อายุ         สกุล

ค.           กาล         ทวีป       ประเทศ สกุล       มารดา

ง.            ประเทศ  สกุล       มารดา    วรรณะ   ศาสนา        คำตอบ : ค

  1. ชาวชมพูทวีปมีทิฏฐิมานะกล้า มักรังเกียจกันด้วยเหตุใด ?

ก.เกียรติยศ  ข.วิชาความรู้ ค.ชาติและโคตร         ง.ฐานะความเป็นอยู่    : ค

  1. ตามลัทธิพราหมณ์ เชื่อว่าผู้ไม่มีบุตรชายตายแล้วจะมีคติอย่างไร?

ก.           ขาดสูญ   ข.           ตกนรก  ค.             เกิดในสุคติ             ง.            คติไม่แน่นอน    : ข

  1. ข้อใด กล่าวถูกต้องเกี่ยวกับกรุงกบิลพัสดุ์ ?

ก.            เคยเป็นสถานที่อยู่ของกบิลดาบส ข.พระเจ้าสุทโธทนะโปรดให้สร้างขึ้น  ค.                พระเจ้าโอกกากราชทรงครอบครอง

ง.            พระเจ้าโอกกากราชโปรดให้สร้างขึ้น    คำตอบ : ก

  1. พระมารดาของพระนางพิมพา มีพระนามว่าอะไร ?

ก.พระนางปชาบดี                                 ข.พระนางปมิตา
ค.พระนางกีสาโคตมี             ง.พระนางอมิตา    : ง

  1. ราหุล ชาต       มีความหมายว่าอย่างไร        ?

ก.           หมดบ่วงแล้ว         ข.           หมดห่วงแล้ว

ค.           บ่วงเกิดแล้ว           ง.            ละบ่วงแล้ว    คำตอบ : ค

  1. การนึกถึง ชรา พยาธิและมรณะเป็นเหตุให้บรรเทาอะไร?

ก.อกุศลวิตก          ๓             ข.ความเมา              ๓             ค.ตัณหา  ๓ ง.         อกุศลมูล                ๓  : ข

  1. พระมหาบุรุษทรงหาอุบายแก้ความเมา ๓ ประการ  ด้วยวิธีใด               ?

ก.           ทรงศึกษาไตรเพท ข.           ประทับในปราสาท

ค.           เสด็จออกบรรพชา                ง.            เสด็จออกประพาสป่า    คำตอบ : ค

  1. พระมหาบุรุษ ทรงบำเพ็ญอปาณกฌานอย่างไร ?

ก.           กลั้นลมหายใจ       ข.           นอนบนหนาม

ค.           เอาลิ้นกดเพดาน    ง.            อดอาหาร    คำตอบ : ก

  1. ข้อใด ไม่ใช่บารมี ๑๐           ที่พระมหาบุรุษใช้ต่อสู้กับกิเลสมาร    ?

ก.           ทาน        ข.           ศีล  ค.     สมาธิ       ง.            ปัญญา   คำตอบ : ค

  1. พระมหาบุรุษบรรลุอาสวักขยญาณ ทำให้ได้พระนามอะไร ?

ก.           ภควา       ข.           อรหัง  ค.                สุคโต      ง.            โลกวิทู   คำตอบ : ข

  1. หลังจากตรัสรู้แล้ว พระองค์ทรงพิจารณาปฏิจจสมุปบาทที่ร่มไม้ใด?

ก.           พระศรีมหาโพธิ์     ข.           ราชายตนะ

ค.           อชปาลนิโครธ       ง.            มุจลินท์   คำตอบ : ก

  1. ผู้ที่สามารถเข้าใจได้ ต่อเมื่อคนอื่นอธิบายความ ตรงกับข้อใด         ?

ก.            อุคฆฏิตัญญู            ข.           วิปจิตัญญูค.           เนยยะ     ง.            ปทปรมะ    : ข

  1. พระยสะบรรลุอรหัตผล เพราะฟังธรรมเทศนาอะไร ?

ก.           ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร        ข.           อนัตตลักขณสูตร

ค.           อาทิตตปริยายสูตร                ง.            อนุปุพพีกถาและอริยสัจ         คำตอบ : ง

  1. เรื่องที่กล่าวถึงการรักษากายวาจาให้เรียบร้อย ชื่อว่าอะไร ?

ก.           ทานกถา ข.           สีลกถาค.                สัคคกถา ง.            กามาทีนวกถา   : ข

  1. คำว่า อุบาสกอุบาสิกา มีความหมายว่าอย่างไร        ?

ก.           ผู้นั่งใกล้พระพุทธ ข.           ผู้นั่งใกล้พระธรรม

ค.           ผู้นั่งใกล้พระสงฆ์  ง.            ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย   คำตอบ : ง

  1. ความปรารถนาข้อที่ ๕ ของพระเจ้าพิมพิสาร ว่าอย่างไร?

ก.           ขอพระอรหันต์มาสู่แว่นแคว้นของเรา

ข.           ขอพระอรหันต์แสดงธรรมแก่เรา

ค.           ขอให้เราได้รู้ทั่วถึงธรรมของพระอรหันต์

ง.            ขอให้เราได้เข้าไปนั่งใกล้พระอรหันต์   คำตอบ : ค

  1. ข้อใด เป็นใจความย่อของอาทิตตปริยายสูตร ?

ก.           สิ่งทั้งปวงเป็นทุกข์                ข.           สิ่งทั้งปวงเป็นของไม่เที่ยง

ค.           สิ่งทั้งปวงเป็นอนัตตา           ง.            สิ่งทั้งปวงเป็นของร้อน   คำตอบ : ง

  1. พระองค์เป็นศาสดาของข้าพระองค์ข้าพระองค์เป็นสาวกใครกล่าว ?

ก.           พระมหากัสสปะ    ข.           พระคยากัสสปะ

ค.           พระอุรุเวลกัสสปะ                ง.            พระนทีกัสสปะ   คำตอบ : ค

  1. พระศาสนาแผ่ไปเร็ว เพราะพระพุทธเจ้าทรงประกาศในกลุ่มชนใด

ก.           เศรษฐี     ข.           สามัญชน

ค.           นักบวชด้วยกัน     ง.            เจ้าลัทธิและชนชั้นปกครอง   คำตอบ : ง

  1. พุทธประสงค์หลักที่ส่งสาวกไปประกาศพระศาสนา คืออะไร?

ก.           เพื่อเผยแผ่พระศาสนา            ข.           เพื่อทำให้โลกร่มเย็น

ค.           เพื่อให้มหาชนหมดกิเลส      ง.            เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน : ง

  1. อุปติสสะและโกลิตะไปดูมหรสพ คิดอย่างไรจึงออกบวช ?

ก.           สิ่งเหล่านี้เป็นมายา ข.           คนพวกนี้หลงละเลิงในกิเลส

ค.           คนพวกนี้ไม่ถึงร้อยปีก็ตาย  ง.            คนพวกนี้หลอกลวงพวกเรา : ค

  1. เจ้าชายศากยะทั้ง ๖ ให้อุบาลีบวชก่อน เพราะเหตุใด         ?

ก.           พระประสงค์ของพระพุทธเจ้า             ข.           ต้องการลดทิฐิมานะ

ค.           ความประสงค์ของอุบาลี      ง.            ให้ผู้มีอายุมากบวชก่อน  : ข

  1. เมื่อภิกษุทูลลาพระศาสดาเพื่อจาริกไปที่อื่น ทรงรับสั่งให้ไปลาพระสารีบุตรเพื่อประโยชน์ใด ?

ก.           เรียนกัมมัฎฐาน      ข.           ให้ช่วยสั่งสอน

ค.           เรียนมนต์               ง.            หาเพื่อนเดินทาง   คำตอบ : ข

  1. ใครได้รับยกย่องว่า เป็นแบบอย่างที่ดีของผู้มีความกตัญญูกตเวที ?

ก.           พระราหุล               ข.           พระสารีบุตร

ค.           พระอานนท์           ง.            พระอุบาลี   คำตอบ : ข

  1. พระอานนท์ได้ดวงตาเห็นธรรม เพราะได้ฟังธรรมจากใคร?

ก.           พระพุทธเจ้า           ข.           พระสารีบุตร

ค.           พระปุณณมันตานีบุตร          ง.            พระอัสสชิ   คำตอบ : ค

  1. ธรรมุเทศ ๔ ใครแสดงแก่ใคร   ?

ก.           พระสารีบุตรแสดงแก่พระเจ้าพิมพิสาร

ข.           พระอานนท์แสดงแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล

ค.           พระรัฐบาลแสดงแก่พระเจ้าโกรัพยะ

ง.            พระมหากัจจายนะแสดงแก่พระเจ้าจัณฑปัชโชต     คำตอบ : ค

  1. ธรรมนี้เป็นของผู้มีสติตั้งมั่น ไม่ใช่ของผู้มีสติหลงลืม เป็นความตรึก ของพระสาวกรูปใด    ?

ก.            พระอุบาลี              ข.           พระอนุรุทธะ         ค.พระอานนท์ ง.พระภัททิยะ                 : ข

  1. ตัณหักขยธรรม ธรรมเป็นที่สิ้นไปแห่งตัณหา ทรงแสดงที่ไหน   ?

ก.           ถ้ำสุกรขาตา           ข.           อิสิปตนมฤคทายวัน

ค.           วัดเวฬุวัน                               ง.            กัลลวาลมุตตคาม   คำตอบ : ง

  1. พระเจ้าจัณฑปัชโชตทรงสดับธรรมครั้งแรกจากใคร ?

ก.           พระพุทธเจ้า           ข.           พระมหากัจจายนะ

ค.           พระมหาโมคคัลลานะ          ง.            พระมหากัสสปะ   คำตอบ : ข

  1. พระเถระรูปใด ตัดสินอธิกรณ์ของภิกษุณีมารดาพระกุมารกัสสปะ ?

ก.พระสารีบุตร      ข.พระมหาโมคคัลลานะค.พระสีวลี   ง.พระอุบาลี    : ง

  1. ข้อใด เรียกว่าปฏิปุจฉาพยากรณ์ ?

ก.           ย้อนถามแล้วจึงแก้ปัญหา       ข.          แยกปัญหาแก้ทีละข้อ

ค.           แก้ปัญหานั้นโดยส่วนเดียว   ง.ระงับไม่แก้ปัญหานั้น    : ก

  1. อะไรเป็นภัยใหญ่ของสัตว์โลก พระพุทธเจ้าตรัสตอบอชิตมาณพ ว่า  อย่างไร            ?

ก.           ลาภเป็นภัยใหญ่     ข.           ทุกข์เป็นภัยใหญ่

ค.           ยศเป็นภัยใหญ่       ง.            ความโกรธเป็นภัยใหญ่   คำตอบ : ข

  1. พระนางปชาบดี แสดงความตั้งใจจะบวชด้วยวิธีใด?

ก.อดพระกระยาหาร ข.กลั้นลมหายใจ ค.นั่งประท้วง ง.ตัดพระเมาลี: ง

  1. พระเขมาเถรีได้รับเอตทัคคะด้านใด ?

ก.มีปัญญามาก       ข.มีฤทธิ์มาก ค.ชำนาญสมาบัติ ง.มีความเพียรมาก    : ก

  1. อัครสาวิกาซ้ายขวาของพระพุทธเจ้า คือใคร ?

ก.           อุบลวรรณาเถรี      รูปนันทาเถรี          ข.           อุบลวรรณาเถรี      เขมาเถรี

ค.           เขมาเถรี  ปฏาจาราเถรี          ง.            ธัมมทินนาเถรี        รูปนันทาเถรี

คำตอบ : ข

  1. พระสาวกรูปใดอยู่ในครรภ์มารดานานถึง๗ปี ๗ เดือน       ๗             วัน           ?

ก.            พระอุบาลี              ข.           พระสีวลีค.             พระวักกลิ              ง.            พระโสภิตะ    : ข

  1. ความแตกฉานในภาษา เรียกว่าอะไร ?

ก.           ธัมมปฏิสัมภิทา      ข.           อัตถปฏิสัมภิทา

ค.           นิรุตติปฏิสัมภิทา   ง.            ปฏิภาณปฏิสัมภิทา  คำตอบ : ค

  1. พระสาวกรูปใด สนับสนุนการบวชภิกษุณีเป็นครั้งแรก?

ก.            พระสารีบุตร ข.พระมหากัสสปะ ค.พระอุบาลี  ง.พระอานนท์   : ง

  1. ผู้ปรารถนามีชีวิตอยู่ตลอดอายุกัป จะต้องเจริญธรรมใดให้บริบูรณ์

ก.อิทธิบาท             ๔             ข.สังคหวัตถุ๔  ค.พรหมวิหาร๔          ง.             อธิษฐาน๔               : ก

  1. สังเวชนียสถานทั้ง ๔ แห่ง         จัดเป็นเจดีย์ประเภทใด         ?

ก.            ธาตุเจดีย์ ข.บริโภคเจดีย์ ค.ธรรมเจดีย์                ง.อุทเทสิกเจดีย์    : ข

  1. ใครทูลขอว่ากุลบุตรที่จะบวชต้องได้รับอนุญาตจากมารดาบิดาก่อน

ก.           พระเจ้าพิมพิสาร    ข.           พระเจ้าอชาตศัตรู

ค.           พระเจ้าสุทโธทนะ ง.            พระเจ้าโกรัพยะ   คำตอบ : ค

  1. ใครทูลเชิญพระศาสดาเสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์ได้สำเร็จ ?

ก.พระกาฬุทายี      ข.พระอานนท์  ค.พระอุบาลี                ง.พระราหุล               : ก

  1. ข้อใด เป็นเหตุอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นขณะเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์?

ก.           ฝนโปกขรพรรษตก              ข.           แสดงธรรมโปรดพระมารดา

ค.           ดอกไม้ทิพย์ตกจากสวรรค์  ง.            แผ่นดินไหว   คำตอบ : ก

  1. ดอกไม้ชนิดใด ที่ตกจากสวรรค์ในวันที่พระศาสดาปรินิพพาน ?

ก.ดอกบัวสวรรค์  ข.ดอกสาละ ค.ดอกอโศก   ง.ดอกมณฑารพ  : ง

  1. พระสาวกรูปใด บรรลุพระอรหัตในคืนก่อนทำปฐมสังคายนา ?

ก.พระอุบาลี           ข.พระอานนท์  ค.พระสุภัททะ            ง.พระฉันนะ     : ข

  1. ใครเป็นอัครศาสนูปถัมภกในการทำทุติยสังคายนา ?

ก.           พระเจ้าอโศกมหาราช           ข.           พระเจ้าปเสนทิโกศล

ค.           พระเจ้ากาฬาโศกราช            ง.            พระเจ้าอชาตศัตรู    คำตอบ : ค

  1. การสังคายนาครั้งที่ ๓ ปรารภเรื่องใด       ?

ก.           เรื่องวัตถุ                ๑๐                           ข.           เดียรถีย์ปลอมบวช

ค.           ความเสื่อมถอย      ง.            การจ้วงจาบพระธรรมวินัย  คำตอบ : ข

  1. สมณะทูตที่นำพระพุทธศาสนามาเผยแผ่ยังสุวรรณภูมิ คือใคร?

ก.           พระโสณะ              พระอุตตระ           ข.           พระธัมมรักขิตะ    พระโสณะ

ค.           พระโสณะ              พระรักขิตะ           ง.            พระมัชฌันติกะ     พระอุตตระ คำตอบ : ก

พระครูวิมลธรรมวงศ์    วัดสระเตยน้อย  081-9949399

ปัญหาและเฉลยวิชำกรรมบถ (วินัย) ธรรมศึกษาชั้นเอกพ.ศ. ๒๕๕๕

  1. สัตว์ทั้งหลายล้วนเป็นไปตามกรรม เป็นคำสอนของศาสนาใด ?

ก.           คริสต์                     ข.            ซิกข์  ค.  พุทธ                        ง.            ฮินดู     คำตอบ : ค

  1. วิชากรรมบถ พุทธศาสนิกชนต้องศึกษาเรื่องใด ?

ก.           กรรมฐาน               ข.           ไตรสิกขา  ค.         กรรม      ง.            ไตรลักษณ์     : ค

  1. ข้อใด เป็นภพภูมิที่เกิดของสัตว์ทั้งหลายข้างฝ่ายดี ?

ก.           สัตว์เดรัจฉาน         ข.           อสูรกาย  ค.            มนุษย์     ง.             เปรตคำตอบ : ค

  1. ธรรมเป็นเหตุให้เกิดในทุคติ คืออะไร ?

ก.            กุศลกรรมบถ ข.    อกุศลกรรมบถ      ค.           อนุสสติ ง.              กสิณ   คำตอบ : ข

  1. ผู้ปรารถนาเกิดในสุคติจะต้องทำกรรมใด ?

ก.           อกุศลกรรม            ข.           กุศลกรรม

ค.           บาปกรรม              ง.            เจตนากรรม   คำตอบ : ข

  1. ข้อใด เป็นความหมายของอกุศลกรรมบถ ?

ก.           กรรมนำสัตว์ไปสู่สุคติภูมิ    ข.           กรรมนำสัตว์ไปสู่ทุคติภูมิ

ค.           กรรมนำสัตว์ไปสู่เทวภูมิ      ง.            กรรมนำสัตว์ไปสู่มนุษยภูมิ    : ข

  1. ข้อใดไม่ใช่อกุศลกรรมบถทางกาย ?

ก.           ปาณาติบาต            ข.           อทินนาทาน

ค.           กาเมสุ     มิจฉาจาร               ง.            มุสาวาท   คำตอบ : ง

  1. มูลเหตุที่ทำให้สัตว์ประพฤติอกุศลกรรมบถ เรียกว่าอะไร ?

ก.           กุศลมูล                   ข.           อกุศลมูล

ค.           กุศลจิต   ง.            อกุศลจิต    คำตอบ : ข

  1. ข้อใด จัดเป็นการทำความดีทางกาย ?

ก.           ไม่โลภอยากได้                     ข.           ไม่พยาบาทปองร้าย

ค.           ไม่ลักของของคนอื่น                            ง.            ไม่เห็นผิดจากคลองธรรม    : ค

  1. การกระทำที่จัดเป็นบุญเป็นบาป ขึ้นอยู่กับอะไร?

ก.           เวทนา     ข.           เจตนา  ค.                อารมณ์   ง.            กุศลมูล     คำตอบ : ข

  1. ข้อใด จัดเป็นวจีกรรมในอกุศลกรรมบถ ?

ก.            ปาณาติบาตข.อทินนาทาน  ค. มุสาวาท ง.           พยาบาท   คำตอบ : ค

  1. อกุศลกรรมบถข้อใด ไม่ได้เกิดขึ้นทางกายทวาร ?

ก.           ปาณาติบาต            ข.           อทินนาทาน

ค.           สัมผัปปลาปะ         ง.            กาเมสุ     มิจฉาจาร   คำตอบ : ค

  1. องค์แห่งปาณาติบาตข้อใด ทำให้สำเร็จเป็นกรรมบถ ?

ก.           สัตว์มีชีวิต              ข.           รู้ว่าสัตว์มีชีวิต

ค.           จิตคิดจะฆ่า            ง.            สัตว์ตายด้วยความพยายาม     คำตอบ : ง

  1. ปาณะ โดยสมมติสัจจะ ได้แก่อะไร            ?

ก.           ชีวิตินทรีย์              ข.           สัตว์        ค.            สังขาร     ง.            วิญญาณ     คำตอบ : ข

  1. ปาณาติบาต มีความหมายตรงกับข้อใด?

ก.           โลภอยากได้                          ข.           ทำให้เสียชีวิต

ค.           ลักของคนอื่น                        ง.            ปองร้ายคนอื่น    คำตอบ : ข

  1. ฆ่าช้างเอางา มีโทษมาก เพราะเหตุใด          ?

ก.           เป็นสัตว์ใหญ่         ข.           เป็นสัตว์น่ารัก

ค.           เป็นสัตว์แสนรู้       ง.            เป็นสัตว์มีกำลัง   คำตอบ : ก

  1. คนทำปาณาติบาต โดยมากมีจิตใจเช่นไร ?

ก.           เจ้าเล่ห์    ข.           มารยา ค. มักโอ้อวด              ง.โหดเหี้ยม    คำตอบ : ง

  1. ผลจากการล่วงละเมิดปาณาติบาตมีโทษเบาที่สุด ตรงกับข้อใด ?

ก.           เป็นสัตว์เดรัจฉาน                  ข.           เป็นผู้มีอายุสั้น

ค.           เกิดเป็นสัตว์นรก                   ง.            เกิดในอบายภูมิ   คำตอบ : ข

  1. นายนันทะมีอาชีพฆ่าโคนำเนื้อไปขาย ได้รับผลกรรมใด ?

ก.           เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน                           ข.           เกิดในนรกอเวจี

ค.           เกิดเป็นอสูรกาย                    ง.            เกิดเป็นเปรต    คำตอบ : ข

  1. ข้อใด จัดเป็นวัตถุแห่งอทินนาทาน ?

ก.           ของที่เจ้าของลืมไว้               ข.           ของที่เจ้าของโยนทิ้ง

ค.           ของที่เจ้าของยกให้               ง.            ของที่เจ้าของเสียสละ   คำตอบ : ก

  1. ฉ้อราษฎร์บังหลวง เป็นการประพฤติล่วงอกุศลกรรมบถใด ?

ก.           อทินนาทาน           ข.           กาเมสุมิจฉาจาร

ค.           พยาบาท ง.            มิจฉาทิฏฐิ   คำตอบ : ก

  1. ข้อใด จัดเป็นองค์แห่งอทินนาทาน ?

ก.           จิตคิดจะฆ่า            ข.           จิตคิดจะลัก

ค.           จิตคิดจะเสพ                          ง.            จิตคิดจะพูดส่อเสียด    คำตอบ : ข

  1. สั่งให้คนอื่นลักทรัพย์ เป็นอทินนาทานเกิดทางทวารใด ?

ก.           กายทวาร                                ข.           วจีทวาร

ค.           มโนทวาร                               ง.            ถูกทุกข้อ  คำตอบ : ข

  1. ข้อใด เป็นผลกรรมเกิดจากการล่วงละเมิดอทินนาทาน ?

ก.           ทรัพย์สินสูญหาย   ข.           รายได้เพิ่มพูน

ค.           ตระกูลมั่งคั่ง          ง.            อายุยั่งยืน   คำตอบ : ก

  1. การประพฤติผิดในกาม ตรงกับสุภาษิตใด?

ก.           ขี่ช้างจับตั๊กแตน    ข.           พูดไปสองไพเบี้ย

ค.           เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน                  ง.            เจ้าชู้ไก่แจ้   คำตอบ : ง

  1. กาเมสุมิจฉาจาร เกิดขึ้นทางทวารใด ?

ก.           ไตรทวาร                              ข.            กายทวาร

ค.           วจีทวาร                  ง.            มโนทวาร   คำตอบ : ข

  1. ปรทารคมนะ หมายถึง การล่วงละเมิดในบุคคลใด ?

ก.           คู่ครองตนเอง        ข.           คู่ครองคนอื่น

ค.           หญิงที่ญาติรักษา    ง.            หญิงที่มารดารักษา  คำตอบ : ข

  1. สทารสันโดษ มีความหมายตรงกับข้อใด ?

ก.           มากรักหลายใจ                      ข.           รักง่ายหน่ายเร็ว

ค.           รักเดียวใจเดียว      ง.            รักสามเส้า    คำตอบ : ค

  1. การล่วงละเมิด กาเมสุ มิจฉาจาร ส่งผลในชาติหน้าอย่างไร    ?

ก.           เกิดในสุคติ                                             ข.           เกิดในทุคติ

ค.           เกิดในพรหมโลก  ง.            เกิดในเทวโลก    คำตอบ : ข

  1. เจตนาเช่นไร เรียกว่ามุสาวาท ?

ก.           เจตนาพูดเท็จ                                        ข.            เจตนาพูดหยาบ

ค.           เจตนาพูดส่อเสียด                  ง.            เจตนาพูดเพ้อเจ้อ   คำตอบ : ก

  1. เจตนาเช่นไร เรียกว่า ผรุสวาจา ?

ก.           เจตนาพูดเท็จ                        ข.            เจตนาพูดหยาบ

ค.           เจตนาพูดส่อเสียด                  ง.            เจตนาพูดเพ้อเจ้อ   คำตอบ : ข

  1. ปิสุณวาจา เป็นสาเหตุของปัญหาสังคมด้านใด ?

ก.           หย่าร้าง   ข.           เห็นแก่ตัว

ค.           โหดร้าย  ง.            แตกแยก     คำตอบ : ง

  1. คนที่พูดมุสาเป็นอาจิณ ย่อมได้รับผลกรรมอย่างไร ?

ก.           เกิดในนรก             ข.           ถูกใส่ความ

ค.           คนไม่เชื่อถือ          ง.            ถูกทุกข้อ    คำตอบ : ง

  1. คำพูดที่เป็นผรุสวาจา ผู้พูดมีเจตนาเช่นไร ?

ก.           เจตนาหลอกลวง   ข.           เจตนาร้าย

ค.           เจตนาอยากได้       ง.            เจตนาดี    คำตอบ : ข

  1. เจตนาพูดเผาผลาญจิตของผู้ฟัง เรียกว่าอะไร?

ก.           มุสาวาท  ข.           ปิสุณวาจา

ค.           ผรุสวาจา ง.            สัมผัปปลาปะ         คำตอบ : ค

  1. พูดผรุสวาทเป็นนิตย์ ย่อมได้รับผลกรรมในข้อใด ?

ก.           ได้ยินคำระคายหู                   ข.           ได้ยินคำไร้สาระ

ค.           ได้ยินคำหลอกลวง                               ง.            ได้ยินคำเพ้อเจ้อ   คำตอบ : ก

  1. คำพูดเช่นไร เรียกว่า สัมผัปปลาปะ        ?

ก.           คำพูดโกหก                           ข.           คำพูดส่อเสียด

ค.           คำพูดเพ้อเจ้อ                         ง.            คำพูดหยาบคาย   คำตอบ : ค

  1. การเพ่งเล็งทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อน้อมเข้ามาหาตน เรียกว่าอะไร ?

ก.           อภิชฌา                   ข.           พยาบาท

ค.           มิจฉาทิฏฐิ               ง.            อนภิชฌา  คำตอบ : ก

  1. ความคิดทำให้ผู้อื่นถึงความพินาศ เรียกว่าอะไร ?

ก.           อภิชฌา                   ข.           พยาบาท

ค.           มิจฉาทิฏฐิ                               ง.            อนภิชฌา  คำตอบ : ข

  1. ข้อใด จัดเป็นองค์ของอภิชฌา?

ก.           คิดน้อมมาเป็นของตน                          ข.           ของที่เพ่งเล็งมีค่ามาก

ค.           เจ้าของมีคุณมาก                    ง.            ผู้เพ่งเล็งมีกิเลสกล้า คำตอบ : ก

  1. โทษอันเกิดจากพยาบาทปองร้ายคนอื่น ตรงกับข้อใด ?

ก.           เสียของรัก              ข.           เสียอวัยวะ

ค.           เสียทรัพย์สิน          ง.            ถูกทุกข้อ  คำตอบ : ง

  1. ความเห็นในข้อใด จัดเป็นมิจฉาทิฏฐิ ?

ก.           ทำชั่วได้ชั่ว                            ข.           ทำบุญได้บุญ

ค.           ทำชั่วได้ดี                               ง.            ทำดีได้ดี  คำตอบ : ค

  1. อภิชฌา พยาบาท มิจฉาทิฏฐิ              โดยมากเกิดขึ้นทางทวารใด                ?

ก.           กายทวาร                ข.           วจีทวาร

ค.           มโนทวาร               ง.            ไตรทวาร  คำตอบ : ค

  1. ข้อใด จัดเป็นธรรมจริยาและสมจริยาทางวาจา ?

ก.           ละปาณาติบาต                       ข.           ละอทินนาทาน

ค.           ละพยาบาท                            ง.            ละสัมผัปปลาปะ

คำตอบ : ง

  1. หลักธรรมใด เป็นอุปนิสัยให้บรรลุเจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ?

ก.           กุศลกรรมบถ                         ข.           อกุศลกรรมบถ

ค.           กุศลมูล                   ง.            อกุศลมูล    คำตอบ : ก

  1. ข้อใด เป็นความหมายของคำว่า อารมณ์   ?

ก.           ส่วนแห่งธรรม       ข.           สิ่งที่ใจเข้าไปยึดถือ

ค.           การเสวยอารมณ์                    ง.            สิ่งที่เป็นรากเง้า  คำตอบ : ข

  1. บาลีข้อใด เป็นเครื่องรับรองผู้รักษาศีลว่า จะได้ไปสุคติ         ?

ก.           สีเลน       สุคตึ       ยนฺติ        ข.           สีเลน       โภคสมฺปทา

ค.           สีเลน       นิพฺพุตึ   ยนฺติ        ง.            ตสฺมา      สีล          วิโสธเย

 คำตอบ : ก

  1. อุปนิสัยใด เป็นคุณลักษณะของผู้มีจิตใจเสียสละ ?

ก.           ทานูปนิสัย             ข.           สีลูปนิสัย

ค.           ภาวนูปนิสัย           ง.            ถูกทุกข้อ  คำตอบ : ก

  1. การประพฤติกุศลกรรมบถจะสำเร็จผลได้ ต้องมีเจตนาเช่นไร ?

ก.           เจตนาก้าวล่วง        ข.           เจตนาละเมิด

ค.           เจตนาเพ่งเล็ง          ง.            เจตนางดเว้น

 คำตอบ : ง

  1. กุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ จัดเข้าในหลักธรรมใด?

ก.           ศีล           ข.           สมาธิ

ค.           ปัญญา     ง.            วิมุตติ

คำตอบ : ค

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s