ปัญหาและเฉลยวิชาธรรมะ ธรรมศึกษาชั้นโท (ชุด๒)
โดย พระครูวิมลธรรมวงศ์  ดร. (น.ธ.เอก ป.เอก)  เจ้าอาวาสวัดสระเตยน้อย

โทร.๐๘๑-๙๙๔๙๓๙๙

1. ข้อใด เป็นความหมายของคำว่า สมถะ ?
ก. อุบายเรืองปัญญา                              ข. อุบายสงบกาย
ค. อุบายสงบใจ                                      ง. อุบายสงบวาจา  ตอบ ค
2. ผลของการเจริญวิปัสสนาคืออะไร ?
ก. ความจำดี                                           ข. เห็นแจ้งไตรลักษณ์
ค. จิตผ่องใส                                           ง. รู้อดีตอนาคต ตอบ ข
3. ข้อใด จัดเป็นกิเลสกาม ?
ก. หัวดื้อ                                                                 ข. งมงายไร้สาระ
ค. ถือพรรคถือพวก                              ง. อิจฉาริษยา  ตอบ ง
4. กามเป็นเหตุให้สัตว์หลงติดอยู่ในโลก เรียกว่าอะไร ?
ก. กามคุณ     ข. กามกิเลส       ค. กามตัณหา       ง. กามาสวะ  ตอบ ก
5. ข้อใด เป็นปฏิบัติบูชา ?
ก. ตักบาตรทุกเช้า                                                 ข. ถวายสังฆทานทุกวัน
ค. ปล่อยนกปล่อยปลา                         ง. ทำความดีสม่ำเสมอ ตอบ ง
6. ปูชนียบุคคล หมายถึงบุคคลประเภทใด ?
ก. คนร่ำรวยทรัพย์                                                ข. คนที่วางตนน่ายกย่อง
ค. คนเรียนจบสูง                   ง. คนปฏิบัติตามกฎหมาย  ตอบ ข
7. เมื่อมีผู้มาเยือน ควรต้อนรับตามหลักปฏิสันถารอย่างไร ?
ก. แนะนำประโยชน์ให้                        ข. ต้อนรับให้สมฐานะ
ค. ถามถึงสิ่งที่ต้องการ                          ง. ถามถึงธุระที่มา  ตอบ ข
8. ข้อใด เป็นเหตุให้เกิดสุขทางใจ ?
ก. มีจิตเมตตา  ข. มีการงานดี   ค. มีทรัพย์มาก ง. มีตำแหน่งสูง ตอบ ก
9. ผู้ถูกวิหิงสาวิตกครอบงำ มักมีพฤติกรรมอย่างไร
ก. ฝักใฝ่ในกาม                                      ข. โลภอยากได้
ค. ปองร้ายผู้อื่น                                     ง. ทรมานสัตว์ ตอบ ง
10. เมื่อถูกวิหิงสาวิตกครอบงำ จะบรรเทาได้อย่างไร ?
ก. เจริญเมตตา   ข. เจริญกรุณา ค. เจริญมุทิตา  ง. เจริญอุเบกขา ตอบ ข
11. คิดอย่างไร จัดเป็นเนกขัมมวิตก ?
ก. คิดออกบวช                      ข. คิดหนีปัญหา
ค. คิดทำร้ายตัวเอง                                ง. คิดอยากแต่งงาน  ตอบ ก
12. ธรรมข้อใด บรรเทาพยาบาทวิตกได้ ?
ก. เมตตา                   ข. กรุณา        ค. มุทิตา            ง. อุเบกขา  ตอบ ก
13. ราคะ โทสะ โมหะ เรียกว่าไฟเพราะเหตุใด ?
ก. ทำให้กายร้อน                   ข. ทำให้ใจร้อน
ค. ทำให้เกิดโรค                    ง. ทำให้เครียด  ตอบ ข
14. ทำความดีเพราะอยากให้คนยกย่อง จัดเข้าในข้อใด ?
ก. โลกาธิปเตยยะ                  ข. อัตตาธิปเตยยะ
ค. ธัมมาธิปเตยยะ                  ง. ถูกทุกข้อ  ตอบ ก
15. ข้อใด เป็นความหมายของคำว่า ญาณ ?
ก. สมาธิชั้นสูง                        ข. ปัญญาหยั่งรู้
ค. แสดงฤทธิ์ได้                     ง. การเข้าฌาน ตอบ ข
16. อยากฆ่าตัวตายเพราะเกรดตก อกหัก รักคุด จัดเป็นตัณหาใด ?
ก. กามตัณหา                          ข. ภวตัณหา
ค. วิภวตัณหา                         ง. กิเลส ตัณหา ตอบ ค
17. อยากเป็นใหญ่ จัดเป็นตัณหาอะไร ?
ก. กามตัณหา                          ข. ภวตัณหา
ค. วิภวตัณหา                         ง. กิเลส ตัณหา ตอบ ข
18. ในเรื่องปาฏิหาริย์ พระพุทธเจ้าทรงยกย่องข้อใด ?
ก. อิทธิปาฏิหาริย์                   ข. อาเทสนาปาฏิหาริย์
ค. อนุสาสนีปาฏิหาริย์           ง. ยมกปาฏิหาริย์ ตอบ ค
19. โลกัตถจริยา ตรงกับข้อใด ?
ก. ช่วยคนให้พ้นทุกข์           ข. ประกาศคำสอน
ค. บัญญัติสิกขาบท               ง. เทศน์โปรดพระญาติ ตอบ ก
20. ข้อใด กล่าวความหมายของวัฏฏะได้ถูกต้องที่สุด ?
ก. ทำกรรมแล้วกิเลสจึงเกิด ข. กิเลสเกิดแล้วจึงมีวิบาก
ค. วิบากเกิดจึงมีกรรม          ง. กิเลสเกิดแล้วให้ทำกรรม ตอบ ง
21. กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมตามสนอง ตรงกับข้อใด ?
ก. กิเลส  ข. กรรม   ค. วิบาก                ง. สงสาร ตอบ ค
22. อานิสงส์ของการปฏิบัติไตรสิกขา คือข้อใด ?
ก. กำจัดทุกข์   ข. กำจัดโศก  ค. กำจัดภัย   ง. กำจัดกิเลส  ตอบ ง
23. ผู้ไม่คิดจองเวรผู้อื่น ชื่อว่าประพฤติอปัสเสนธรรมข้อใด ?
ก. พิจารณาแล้วเว้น               ข. พิจารณาแล้วบรรเทา
ค. พิจารณาแล้วเสพ               ง. พิจารณาแล้วอดกลั้น ตอบ ข
24. ยาบ้าและสิ่งเสพติด พิจารณาแล้วควรทำอย่างไร ?
ก. เสพ   ข. อดกลั้น        ค. เว้น            ง. บรรเทา ตอบ ค
25. ทำอย่างไร จึงจะไม่ริษยาผู้อื่น ?
ก. หมั่นเจริญเมตตา               ข. หมั่นเจริญกรุณา
ค. หมั่นเจริญมุทิตา                ง. หมั่นเจริญอุเบกขา ตอบ ค
26. อัปปมัญญาข้อใด เป็นคุณให้เกิดความเที่ยงธรรม ?
ก. เมตตา                       ข. กรุณา       ค. มุทิตา         ง. อุเบกขา  ตอบ ง
27. คำว่า พระสกทาคามี แปลว่าอะไร ?
ก. ผู้เกิดอีกครั้งเดียว              ข. ผู้ไม่เกิดอีก
ค. ผู้เวียนว่ายตายเกิด             ง. ผู้ไม่มาสู่ภพนี้อีก ตอบ ก
28. พรหมโลกชั้นสุทธาวาส เป็นที่บังเกิดของพระอริยบุคคลชั้นใด ?
ก. พระโสดาบัน                    ข. พระอนาคามี
ค. พระสกทาคามี                   ง. พระอรหันต์ ตอบ ข
29. กาม ภพ ทิฏฐิ อวิชชา เรียกว่าโยคะ เพราะเหตุใด ?
ก. เผาใจให้ร้อนรุ่ม                                ข. หมักดองในสันดาน
ค. ผูกสัตว์ไว้ในโลก             ง. ประกอบสัตว์ไว้ในภพ  ตอบ ง
30. โอฆะข้อใด ทำให้เกิดความมืดบอดทางปัญญา ?
ก. กาโมฆะ     ข. ทิฏโฐฆะ    ค. อวิชโชฆะ    ง. ภโวฆะ ตอบ ค
31. บุคคลเช่นใด เรียกว่าอุบาสกอุบาสิกา ?
ก. ผู้นั่งใกล้พระรัตนตรัย      ข. ผู้ศึกษาพระรัตนตรัย
ค. ผู้ไหว้พระรัตนตรัย          ง. ผู้อาศัยพระรัตนตรัย  ตอบ ก
32. ผู้อาจรู้ธรรมเมื่อท่านอธิบายความแห่งข้อนั้น ตรงกับข้อใด ?
ก. อุคฆฏิตัญญู    ข. วิปจิตัญญู      ค. เนยยะ   ง. ปทปรมะ ตอบ ข
33. ผู้พอจะแนะนำได้ เปรียบได้กับบัวชนิดใด ?
ก. บัวพ้นน้ำ                           ข. บัวเสมอน้ำ
ค. บัวจะพ้นน้ำวันต่อไป       ง. บัวจมอยู่ในโคลนตม ตอบ ค
34. คนที่มีใจตระหนี่ ควรฟังอนุปุพพีกถาข้อใด ?
ก. ทานกถา    ข. สีลกถา  ค. สัคคกถา   ง. กามาทีนวกถา ตอบ ก
35. อนุปุพพีกถาข้อใด สนับสนุนส่งเสริมการไม่เบียดเบียนกัน ?
ก. ทานกถา    ข. สีลกถา   ค. สัคคกถา   ง. กามาทีนวกถา ตอบ ข
36. ครูไม่สอนวิชาทั้งหมดแก่ศิษย์ เพราะกลัวรู้ทัน จัดเป็นมัจฉริยะข้อใด ?
ก. กุลมัจฉริยะ                       ข. ลาภมัจฉริยะ
ค. วัณณมัจฉริยะ                    ง. ธัมมมัจฉริยะ  ตอบ ง
37. ความตระหนี่หวงแหน มีอะไรเป็นสมุฏฐาน ?
ก. โลภะ                    ข. โทสะ     ค. โมหะ            ง. มานะ ตอบ ก
38. คนทุจริตคิดมิชอบ เพราะถูกมารประเภทใดครอบงำ ?
ก. กิเลสมาร                            ข. เทวปุตตมาร
ค. ขันธมาร                             ง. อภิสังขารมาร ตอบ ก
39. มารข้อใด ตัดโอกาสทำความดีได้เด็ดขาด ?
ก. กิเลสมาร     ข. มัจจุมาร   ค. ขันธมาร   ง. อภิสังขารมารตอบ ก
40. ความทุกข์ทางใจ จัดเป็นเวทนาอะไร ?
ก. สุข                                      ข. ทุกข์
ค. โสมนัส                              ง. โทมนัส  ตอบ ง
41. ความมีเมตตา ช่วยแก้ไขคนที่มีจริตเช่นไร ?
ก. ราคจริต                             ข. โทสจริต
ค. โมหจริต                            ง. วิตักกจริต ตอบ ข
42. เชื่อคนง่าย เป็นผู้มีจริตใด ?
ก. สัทธาจริต                          ข. พุทธิจริต
ค. ราคจริต                             ง. วิตักกจริต ตอบ ก
43. บทสวดใด จัดเป็นธรรมคุณ ?
ก. อิติปิ โส ภควา                   ข. สฺวากฺขาโต
ค. สุปฏิปนฺโน                        ง. มยํ ภนฺเต ตอบ ข
44. ธรรมที่ควรน้อมเข้ามาสู่ตน ตรงกับข้อใด ?
ก. ไตรรัตน์                            ข. ไตรลักษณ์
ค. ไตรสิกขา                          ง. ไตรทวาร ตอบ ค
45. ผู้มีสมาธิในการเรียน เทียบได้กับวิสุทธิข้อใด ?
ก. สีลวิสุทธิ                            ข. จิตตวิสุทธิ
ค. ทิฏฐิวิสุทธิ                         ง. ญาณทัสสนวิสุทธิ  ตอบ ข
46. ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ตรงกับพุทธคุณข้อใด ?
ก. อรหํ                                   ข. พุทฺโธ
ค. โลกวิทู                              ง. ภควา  ตอบ ข
47. ความรู้คู่คุณธรรม อนุโลมตามพุทธคุณข้อใด ?
ก. สมฺมาสมฺพุทฺโธ                  ข. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน
ค. สุคโต โลกวิทู                   ง. สตฺถา เทวมนุสฺสานํ  ตอบ ข
48. ผู้ควรรับของทำบุญ ตรงกับสังฆคุณข้อใด ?
ก. อาหุเนยฺโย                         ข. ปาหุเนยฺโย
ค. ทกฺขิเณยฺโย                        ง. อญฺชลิกรณีโย ตอบ ค
49. ข้อใด เป็นผลของทานบารมี ?
ก. มีรูปงาม                             ข. มีปัญญามาก
ค. มีอายุยืน                             ง. มีทรัพย์มาก  ตอบ ง
50. กรรมที่ให้ผลก่อนกรรมอื่นทั้งหมด ได้แก่ข้อใด ?
ก. ชนกกรรม                         ข. ครุกรรม
ค. พหุลกรรม                         ง. กตัตตากรรม ตอบ ข

ปัญหาและเฉลยปัญหาวิชาอนุพุทธประวัติ  ของ  ธรรมศึกษา
ชั้นโท
(ชุด ๒) โดย พระครูวิมลธรรมวงศ์  ดร.( น.ธ.เอก ป.เอก)
เจ้าอาวาสวัดสระเตยน้อย  โทร ๐๘๑๙๙๔๙๓๙๙  

1. ประวัติของผู้ตรัสรู้ตาม หมายถึงข้อใด ?
ก. พุทธประวัติ                      ข. อนุพุทธประวัติ
ค. พุทธานุพุทธประวัติ         ง. ถูกทุกข้อ  ตอบ ข
2. ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้เลิศในด้านนั้น ๆ ตรงกับข้อใด ?
ก. อริยบุคคล   ข. สาวก   ค. เอตทัคคะ                 ง. พหุสุตะ ตอบ ค
3. พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศด้านใด ?
ก. อยู่ป่าเป็นวัตร                   ข. มีปัญญามาก
ค. ทรงธุดงค์                          ง. รู้ราตรีนาน  ตอบ ง
4. พระอุรุเวลกัสสปะ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศด้านใด ?
ก. อยู่ป่าเป็นวัตร                   ข. ไม่คลุกคลีด้วยหมู่
ค. มีบริวารมาก                      ง. เที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ตอบ ค
5. อุปติสสะ ได้ดวงตาเห็นธรรม เพราะฟังธรรมจากใคร ?
ก. พระพุทธเจ้า                      ข. พระอัญญาโกณฑัญญะ
ค. พระอัสสชิ                         ง. พระยสะ ตอบ ค
6. พระสาวกองค์ใด เป็นแบบอย่างเรื่องความกตัญญู ?
ก. พระราธะ  ข. พระสารีบุตร  ค. พระอานนท์  ง. พระอนุรุทธะ  : ข
7. พระสาวกองค์ใด เปรียบเหมือนแม่นมเลี้ยงดูบุตร ?
ก. พระมหาโมคคัลลานะ      ข. พระสารีบุตร
ค. พระมหากัสสปะ               ง. พระจุนทะ  ตอบ ก
8. เราจักไม่ชูงวง เข้าไปสู่สกุล พระพุทธเจ้าตรัสสอนใคร ?
ก. พระสารีบุตร                     ข. พระมหาโมคคัลลานะ
ค. พระมหากัสสปะ               ง. พระมหากัจจายนะ ตอบ ข
9. พระมหากัสสปะ ออกบวชเพราะเห็นโทษในการครองเรือนอย่างไร
ก. ต้องรับผิดชอบมาก          ข. ต้องคอยรับบาปคนอื่น
ค. ต้องทำแต่บาปกรรม         ง. ต้องพัวพันเรื่องกาม ตอบ ข
10. พระสาวกองค์ใด เป็นผู้ริเริ่มทำสังคายนาครั้งแรก ?
ก. พระสารีบุตร                     ข. พระอุรุเวลกัสสปะ
ค. พระมหากัสสปะ               ง. พระอานนท์ ตอบ ค
11. ใครแสดงวรรณะ ๔ ว่าเสมอกันด้วยกรรมคือการกระทำ ?
ก. พระมหากัสสปะ               ข. พระมหากัจจายนะ
ค. พระมหาโมคคัลลานะ      ง. พระมหากัปปินะ ตอบ ข

12. จักพิจารณาเห็นโลกอย่างไร มัจจุราชจึงจักไม่แลเห็น ใครทูลถาม
ก. อชิตมาณพ                         ข. โมฆราชมาณพ
ค. ปิงคิยมาณพ                       ง. โธตกมาณพ ตอบ ข
13. พระโมฆราช ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศด้านใด ?
ก. ทรงจีวรเศร้าหมอง           ข. ยินดีในฌานสมาบัติ
ค. ฉลาดในเตโชกสิณ           ง. ตรัสรู้ฉับพลัน  ตอบ ก
14. พระสาวกองค์ใด เป็นยอดแห่งผู้ว่าง่ายสอนง่าย ?
ก. พระอนุรุทธะ   ข. พระอานนท์  ค. พระราธะ  ง. พระฉันนะ ตอบ ค
15. พระสาวกองค์ใด เป็นยอดแห่งพระธรรมกถึก ?
ก. พระมหากัปปินะ              ข. พระปุณณมันตานีบุตร
ค. พระมหากัจจายนะ            ง. พระอัญญาโกณฑัญญะ ตอบ ข
16. พระสาวกองค์ใด เป็นผู้เลิศด้านทำสกุลให้เลื่อมใส ?
ก. พระอุบาลี  ข. พระกาฬุทายี ค. พระกิมพิละ  ง. พระอัสสชิ ตอบ ข
17. พระสาวกองค์ใด บวชเพราะจำใจ ?
ก. พระราธะ  ข. พระนันทะ  ค. พระอุบาลี  ง. พระอนุรุทธะ ตอบ ข
18. ความรักไม่มีที่สิ้นสุด เป็นความดำริเพื่อสลัดจากทุกข์ของใคร ?
ก. พระมหากัจจายนะ            ข. พระอานนท์
ค. พระนันทะ                        ง. พระอนุรุทธะ ตอบ ค
19. พระราหุล ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศด้านใด ?
ก. เกิดในตระกูลสูง               ข. ใคร่ต่อการศึกษา
ค. มีทิพยจักษุญาณ                                ง. สำรวมอินทรีย์ ตอบ ข
20. พระสาวกองค์ใด ได้รับเอตทัคคะด้านทรงพระวินัย ?
ก. พระอุบาลี   ข. พระนันทะ  ค. พระอานนท์  ง. พระสีวลี ตอบ ก
21. พระอุบาลี เมื่อยังไม่ได้อุปสมบทประกอบอาชีพอะไร ?
ก. ค้าขาย   ข. ทำเกษตรกรรม   ค. ตัดผม   ง. สอนหนังสือ ตอบ ค
22. พระสาวกองค์ใด มักเปล่งอุทานว่า สุขหนอ ๆ ?
ก. พระนันทะ                        ข. พระภัททิยะ
ค. พระอนุรุทธะ                    ง. พระลกุณฏกภัททิยะ
23. พระสาวกองค์ใด เคยปรารถนาว่า ขออย่าได้ยินคำว่าไม่มี ?
ก. พระภัททิยะ                      ข. พระมหานามะ
ค. พระอนุรุทธะ                    ง. พระกิมพิละ ตอบ ค
24. พระอานนท์รับหน้าที่ใด ในคราวทำปฐมสังคายนา ?
ก. เป็นประธานสงฆ์              ข. วิสัชนาพระธรรม
ค. วิสัชนาพระวินัย                ง. วิสัชนาพระธรรมวินัย ตอบ ข
25. ใครยืนขวางช้างนาฬาคีรีที่จะทำร้ายพระพุทธเจ้า ?
ก. พระสารีบุตร  ข. พระนันทะ  ค. พระราหุล  ง. พระอานนท์  ตอบ ง
26. พระสาวกองค์ใด ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพุทธอุปัฏฐาก ?
ก. พระราหุล   ข. พระสารีบุตร ค. พระอานนท์ ง. พระมหากัสสปะ :ค
27. ใครปรารภความเพียรอย่างแรงกล้า เดินจงกรมจนเท้าแตก ?
ก. พระโสณโกฬิวิสะ            ข. พระรัฐบาล
ค. พระโสณกุฏิกัณณะ          ง. พระลกุณฏกภัททิยะ ตอบ ก
28. โลกคือหมู่สัตว์ พร่องอยู่เป็นนิตย์ ไม่รู้จักอิ่ม ใครกล่าว ?
ก.พระจักขุบาล  ข.พระรัฐบาล  ค.พระโมฆราช  ง.พระเจ้าโกรัพยะ :ข
29. พระสาวกองค์ใด อดอาหารประท้วง เพราะไม่ได้บวช ?
ก. พระมหากัปปินะ              ข. พระรัฐบาล
ค. พระปิลินทวัจฉะ              ง. พระอานนท์ ตอบ ข
30. พระโสณกุฏิกัณณะ บวชเป็นสามเณรอยู่ถึง ๓ ปี จึงได้อุปสมบท
เพราะเหตุใด ?
ก. มีพระสงฆ์ไม่พอ               ข. มีอายุไม่ครบ ๒๐ ปี
ค. ไม่มีบาตรและจีวร            ง. หาพระอุปัชฌาย์ไม่ได้ ตอบ ก
31. พระลกุณฏกภัททิยเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศด้านใด ?
ก. ชำนาญมโนมยิทธิ             ข. แสดงธรรมอย่างวิจิตร
ค. แสดงธรรมไพเราะ           ง. มีเสียงไพเราะ ตอบ ง
32. พระปิลินทวัจฉเถระ ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้เลิศด้านใด ?
ก. แสดงธรรมได้ไพเราะ      ข. ผู้จับฉลากเป็นปฐม
ค. พ้นกิเลสด้วยศรัทธา         ง. เป็นที่รักใคร่ของเทวดา ตอบ ง
33. พระสาวกองค์ใด ก่อนบวชถูกล้อเลียนว่า เด็กไม่มีแม่ ?
ก. พระรัฐบาล                        ข. พระราธะ
ค. พระกุมารกัสสปะ             ง. พระโกณฑธาน ตอบ ค

34. พระสาวกองค์ใด ก่อนบวชมักพูดหักล้างคนอื่น ทำให้ไม่มีใคร อยากคบหาสมาคม ?
ก. พระโสณกุฏิกัณณะ          ข. พระกุมารกัสสปะ
ค. พระปุณณชิ                       ง. พระมหาโกฏฐิตะ ตอบ ง
35. พระสาวกที่เป็นต้นบัญญัติข้อห้ามดื่มสุรา คือใคร ?
ก. พระนาคิตะ                       ข. พระสาคตะ
ค. พระอุปเสนะ                     ง. พระอุทายี ตอบ ข
36. พระสาวกองค์ใด ถูกพระศาสดาตำหนิว่า โมฆบุรุษผู้มักมาก ?
ก. พระสุภูติ   ข. พระจุนทะ  ค. พระเรวตะ  ง. พระอุปเสนะ ตอบ ง
37. พระสีวลีเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้านใด ?
ก. มีลาภมาก   ข. มีบริวารมาก ค. มีบุญมาก  ง. มีปัญญามาก ตอบ ก

38. ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเรา พระพุทธเจ้าตรัสแก่ใคร ?
ก. พระมหากัจจายนะ ข. พระวักกลิ ค. พระพากุละ ง. พระราหุล : ข
39. ใครสำเร็จเป็นพระอรหันต์ แต่ยังไม่ทันบวชก็ปรินิพพาน ?
ก. พระพาหิยะ  ข. พระอุปเสนะ ค. พระพากุละ  ง. พระวังคีสะ ตอบก
40. พระสาวกองค์ใด ได้รับยกย่องว่าเป็นผู้มีโรคน้อย ?
ก. พระอุทายี   ข. พระอุบาลี ค. พระพากุละ   ง. พระวักกลิ ตอบ ค
41. วัสสูปนายิกา เกี่ยวข้องกับวันอะไร ?
ก. วันเข้าพรรษา                     ข. วันออกพรรษา
ค. วันมหาปวารณา                                ง. วันเข้าเขตกฐินกาล ตอบ ก
42. การทำสามีจิกรรม มีความหมายว่าอย่างไร ?
ก. การขอขมาโทษต่อกัน     ข. การว่ากล่าวตักเตือนกัน
ค. การถือนิสัยกับอาจารย์     ง. การแสดงความบริสุทธิ์ ตอบ ก
43. วันพระ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าอะไร ?
ก. วันอุโบสถ                         ข. วันวัสสูปนายิกา
ค. วันปาฏิบท                         ง. วันธรรมสวนะ ตอบ ง
44. วันมหาปวารณา ตรงกับข้อใด ?
ก. วันแสดงธรรม                   ข. วันอุโบสถ
ค. วันเข้าพรรษา                     ง. วันออกพรรษา ตอบ ง
45. สวดมาติกาในงานพระราชพิธี ใช้คำใด ?
ก. สดับพระธรรมเทศนา       ข. สดับพระมาติกา
ค. สดับปกรณ์                        ง. สดับพระอภิธรรม ตอบ ค
46. ผ้าที่โยงจากโลงศพเพื่อทำพิธีทอดผ้าบังสุกุล เรียกว่าอะไร ?
ก. ภูษาโยง   ข. มาลาโยง  ค. ภูษามาลา   ง. สายโยง ตอบ ก
47. ทักษิณานุประทาน หมายถึงอะไร ?
ก. การทำบุญสะเดาะเคราะห์ ข. การทำบุญขึ้นบ้านใหม่
ค. การทำบุญอุทิศให้ผู้ตาย    ง. การทำบุญเสริมอายุมงคล ตอบ ค
48. หลังรับศีลแล้ว ก่อนพระจะเทศน์ ต้องอาราธนาว่า…
ก. มยํ ภนฺเต วิสุ วิสุ…             ข. อิมานิ มยํ ภนฺเต…
ค. วิปตฺติปฏิพาหาย…            ง. พฺรหฺมา จ โลกาธิปตี… ตอบ ง
49. ข้อใด เป็นอานุภาพของพระปริตร ?
ก. ให้รวยเงินทอง                  ข. ให้มีอายุยืน
ค. ขจัดทุกข์ ภัย โรค             ง. เจริญด้วยยศศักดิ์ ตอบ ค
50. ข้อใด ไม่มีในศีล ๘ ?
ก. ปาณาติปาตา เวรมณี                         ข. อทินฺนาทานา เวรมณี
ค. กาเมสุ มิจฺฉาจารา เวรมณี                  ง. มุสาวาทา เวรมณี  ตอบ ค

ปัญหาและเฉลยวิชาอุโบสถศีล (วินัย) ธรรมศึกษาชั้นโท (ชุด๒)
โดย     พระครูวิมลธรรมวงศ์  ดร. (น.ธ.เอก ป.เอก) เจ้าอาวาสวัดสระเตยน้อย
                      โทร.๐๘๑-๙๙๔๙๓๙๙

1. หลักธรรมเบื้องต้นเพื่อบรรลุผลสูงสุดคือพระนิพพาน คืออะไร ?
ก. ทาน     ข. ศีล      ค. สมาธิ                     ง. ปัญญา  ตอบ ข
2. อะไรเป็นอุปสรรคในการรักษาศีลของคนทั่วไป ?
ก. ความทุพลภาพ                  ข. ความแก่ชรา
ค. ความเจ็บป่วย                    ง. ความไม่กลัวบาป  ตอบ ง
3. อุโบสถศีล บัญญัติขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ใด ?
ก. เพื่อทำกิจทางพระพุทธศาสนา
ข. เพื่อหยุดการงานของคฤหัสถ์
ค. เพื่อขัดเกลากิเลสอย่างหยาบ
ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง
4. อุโบสถศีล บัญญัติขึ้นเพื่อกลุ่มบุคคลใด ?
ก. ประชาชนทั่วไป                               ข. เจ้าลัทธินอกศาสนา
ค. อุบาสกอุบาสิกา                                                ง. นักบวชนอกศาสนา ตอบ ค
5. อุโบสถ มีคำแปลว่าอะไร ?
ก. การจำพรรษา     ข. การเข้าจำ    ค. การจำศีล   ง. การจำวัด ตอบ ข
6. กษัตริย์พระองค์ใด ปรารภการถืออุโบสถศีลในพระพุทธศาสนา ?
ก. พระเจ้าพรหมทัต                              ข. พระเจ้าอชาตศัตรู
ค. พระเจ้าพิมพิสาร                               ง. พระเจ้าสุทโธทนะ ตอบ ค
7. ธรรมเนียมการรักษาอุโบสถ ถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่เมื่อไร ?
ก. ก่อนพุทธกาล                                    ข. สมัยพุทธกาล
ค. หลังพุทธกาล                                    ง. หลังสังคายนา  ตอบ ก
8. สรณตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ตรงกับข้อใด ?
ก. พระพุทธรูป                                      ข. พระศักดิ์สิทธิ์
ค. พระประจำวัน                                   ง. พระรัตนตรัย ตอบ ง
9. สรณคมน์ มีความหมายตรงกับข้อใด ?
ก. การถือเอาเป็นที่พึ่ง                           ข. การยึดมั่นถือมั่น
ค. การถือเป็นอารมณ์                            ง. การถือฤกษ์ยาม ตอบ ก
10. คำว่า สรณะกำจัดภัย หมายถึงภัยในข้อใด ?
ก. โรคภัย   ข. อุทกภัย    ค. โจรภัย   ง. กิเลสภัย ตอบ ง
11. คำว่า พุทธะ มีความหมายตรงกับข้อใด ?
ก. ผู้ตรัสรู้   ข. ผู้รู้แจ้งโลก   ค. ผู้อดทน   ง. ผู้สิ้นกิเลส ตอบ ก

12. อบาย ในคำว่า ธรรมรักษาผู้ปฏิบัติไม่ให้ตกอบาย ตรงกับข้อใด ?
ก. นรกภูมิ   ข. มนุษยโลก  ค. เทวโลก   ง. พรหมโลก ตอบ ก
13. พระสงฆ์ในเรื่องสรณคมน์ หมายถึงข้อใด ?
ก. พระประธาน   ข. พระเถระ  ค. พระประจำวัน              ง. พระอริยะ ตอบ ง
14. มีศีลเสมอกัน มีทิฏฐิเสมอกัน เป็นคุณสมบัติของใคร ?
ก. พระพุทธเจ้า    ข. พระธรรม  ค. พระสงฆ์   ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ค
15. เพราะเหตุใด พระสงฆ์ จึงได้ชื่อว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ระลึก ?
ก. ถึงพร้อมด้วยวิชาจรณะ    ข. เป็นผู้สอนเทวดามนุษย์
ค. เป็นนาบุญอันประเสริฐ    ง. เป็นผู้ห่างไกลจากกิเลส ตอบ ค
16. ข้อใด ไม่ใช่สาเหตุการขาดสรณคมน์ ?
ก. ความตาย                           ข. ทำร้ายพระศาสดา
ค. ความเมา                             ง. ไปนับถือศาสดาอื่น ตอบ ค
17. การขาดสรณคมน์ ย่อมเกิดขึ้นในบุคคลประเภทใด ?
ก. ปุถุชนทั่วไป                     ข. พระโสดาบัน
ค. พระอนาคามี                     ง. พระอรหันต์ ตอบ ก
18. การขาดสรณคมน์ข้อใด ไม่เป็นเหตุให้ตกไปในทุคติภูมิ ?
ก. ทำร้ายพระศาสดา                              ข. ความตาย
ค. ไปนับถือศาสดาอื่น                          ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ข
19. สรณคมน์เศร้าหมองเพราะความไม่เอื้อเฟื้อ ตรงกับข้อใด ?
ก. ขโมยพระพุทธรูป                            ข. สงสัยบุญบาป
ค. ตั้งตนเป็นศาสดา                               ง. สงสัยชาติหน้า ตอบ ก
20. อุโบสถนอกพุทธกาล คนส่วนใหญ่นิยมรักษาด้วยวิธีใด ?
ก. งดอาหาร   ข. งดฆ่าสัตว์  ค. งดแต่งตัว   ง. งดดูมหรสพ ตอบ ก
21. อุโบสถนอกพุทธกาลกับสมัยพุทธกาล เหมือนกันในข้อใด ?
ก. รับสรณคมน์  ข. สมาทานศีล  ค. งดเว้นอาหาร  ง. รักษาศีล ๘
22. หากรักษาปฏิชาครอุโบสถวันพระ ๘ ค่ำ วันส่งจะเป็นวันกี่ค่ำ ?
ก. ๖ ค่ำ          ข. ๗ ค่ำ     ค. ๘ ค่ำ            ง. ๙ ค่ำ ตอบ ง
23. การรักษาอุโบสถประเภทใด กำหนดเวลาเป็นเกณฑ์ ?
ก. โคปาลกอุโบสถ                               ข. ปกติอุโบสถ
ค. นิคคัณฐอุโบสถ                                                ง. อริยอุโบสถ ตอบ ข
24. การรักษาอุโบสถประเภทใด กำหนดอานิสงส์เป็นเกณฑ์ ?
ก. ปกติอุโบสถ                                      ข. ปฏิชาครอุโบสถ
ค. อริยอุโบสถ                                       ง. ปาฏิหาริยอุโบสถ ตอบ ค
25. ปกติอุโบสถที่นิยมรักษากันอยู่ทุกวันนี้ เดือนหนึ่งมีกี่ครั้ง ?
ก. ๒ ครั้ง       ข. ๔ ครั้ง      ค. ๖ ครั้ง      ง. ๘ ครั้ง ตอบ ข

26. อุโบสถประเภทใด กำหนดให้รักษาคราวละ ๓ วัน ?
ก. ปกติอุโบสถ                                      ข. ปฏิชาครอุโบสถ
ค. อริยอุโบสถ                                       ง. นิคคัณฐอุโบสถ ตอบ ข
27. อุโบสถประเภทใด กำหนดให้รักษาคราวละ ๔ เดือน ?
ก. โคปาลกอุโบสถ                               ข. ปฏิชาครอุโบสถ
ค. ปาฏิหาริยอุโบสถ                             ง. นิคคัณฐอุโบสถ ตอบ ค
28. รู้ว่ามีเจ้าของหวง เป็นองค์แห่งอุโบสถศีลข้อใด ?
ก. สิกขาบทที่ ๑                                     ข. สิกขาบทที่ ๒
ค. สิกขาบทที่ ๖                                     ง. สิกขาบทที่ ๗ ตอบ ข
29. อุโบสถศีลข้อใด ขาดเพราะประพฤติเกี่ยวข้องในกาม ?
ก. สิกขาบทที่ ๑                                     ข. สิกขาบทที่ ๒
ค. สิกขาบทที่ ๓                                    ง. สิกขาบทที่ ๖ ตอบ ค
30. อุโบสถศีลข้อใด ขาดเพราะประพฤติผิดทางวาจา ?
ก. สิกขาบทที่ ๒                                    ข. สิกขาบทที่ ๔
ค. สิกขาบทที่ ๖                                     ง. สิกขาบทที่ ๘ ตอบ ก
31. อุโบสถศีลข้อที่ ๓ ห้ามผู้สมาทานกระทำเรื่องใด ?
ก. การล่วงประเวณี                               ข. การร้องเพลง
ค. การดื่มสุราเมรัย                                                ง. การอดอาหาร ตอบ ก
32. อุโบสถศีลข้อที่ ๖ เวลาเที่ยงแล้วถึงก่อนอรุณขึ้น เรียกว่าอะไร ?
ก. กาล                                                    ข. กาลเทศะ
ค. วิกาล                                                  ง. กาลกิริยา ตอบ ค
33. อาหารประเภทใด ห้ามคนถืออุโบสถศีลรับประทานในยามวิกาล
ก. สมอ                                                   ข. มะขามเทศ
ค. เนย                                                     ง. มะขามป้อม ตอบ ข
34. อุโบสถศีลข้อที่ ๗ ห้ามผู้สมาทานกระทำเรื่องใด ?
ก. พูดปด                                                ข. เสพกาม
ค. แต่งตัว                                               ง. ลักของ ตอบ ค
35. การห้ามคนถืออุโบสถศีลตกแต่งร่างกายในขณะรักษาอุโบสถ เพื่อจุดประสงค์ใด ?
ก. บรรเทาความยินดีในนามกาย
ข. บรรเทาความมัวเมาในรูปกาย
ค. บรรเทาความยึดมั่นในเวทนา
ง. บรรเทาความพอใจในลาภยศ ตอบ ข
36. ปัจจุบัน คนส่วนใหญ่นิยมสมาทานอุโบสถศีลที่ไหน ?
ก. บ้านตนเอง                        ข. บ้านคนทรงเจ้า
ค. โรงเจทั่วไป                       ง. วัดทั่วไป ตอบ ง
37. ในวันอุโบสถ ควรสมาทานอุโบสถศีลเวลาใด ?
ก. เวลาเช้า                              ข. เวลาเที่ยงวัน
ค. เวลาบ่าย                             ง. เวลากลางคืน ตอบ ก

38. คำว่า อิมินา สกฺกาเรน ตํ ภควนฺตํ อภิปูชยาม เป็นคำกล่าวบูชา
พระรัตนตรัยใด ?
ก. พระพุทธเจ้า                      ข. พระธรรม
ค. พระสงฆ์                            ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ก
39. คำว่า อชฺช โภนฺโต ปกฺขสฺส อฏฺฐมี ทิวโส … เป็นคำกล่าวอะไร ?
ก. สมาทานศีล ๘                   ข. คำประกาศอุโบสถ
ค. อาราธนาธรรม                  ง. กราบพระรัตนตรัย ตอบ ข
40. วันปัณณรสีในคำประกาศอุโบสถ หมายถึงวันกี่ค่ำ ?
ก. วัน ๘ ค่ำ                            ข. วัน ๙ ค่ำ
ค. วัน ๑๔ ค่ำ                          ง. วัน ๑๕ ค่ำ ตอบ ง
41. ข้อใด กำหนดให้กระทำต่อจากคำประกาศอุโบสถ ?
ก. อาราธนาศีล                       ข. รับสรณคมน์
ค. รับศีลอุโบสถ                    ง. ถือศีลอุโบสถ ตอบ ก
42. เรื่องที่ไม่ควรนำมาพูดในขณะถืออุโบสถศีล เรียกว่าอะไร ?
ก. อนุปุพพีกถา                      ข. อริยมรรคกถา
ค. ติรัจฉานกถา                      ง. อนุโมทนากถา ตอบ ค
43. อุโบสถประเภทใด กำหนดข้อห้ามบางเรื่องไม่ห้ามบางเรื่อง ?
ก. ปกติอุโบสถ                      ข. โคปาลกอุโบสถ
ค. อริยอุโบสถ                       ง. นิคคัณฐอุโบสถ ตอบ ง
44. อุโบสถประเภทใด ตรัสว่ามีอานิสงส์มากที่สุด ?
ก. โคปาลกอุโบสถ                               ข. อริยอุโบสถ
ค. นิคคัณฐอุโบสถ                                                ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ข
45. อุโบสถประเภทใด ตรัสว่าเป็นการปฏิบัติตามพระอรหันต์ ?
ก. อริยอุโบสถ                       ข. โคปาลกอุโบสถ
ค. ปกติอุโบสถ                      ง. นิคคัณฐอุโบสถ ตอบ ก
46. คำว่า มีถ้อยคำมั่นคง ในอุโบสถสูตร ตรงกับข้อใด ?
ก. ละปาณาติบาต                   ข. ละอทินนาทาน
ค. ละอพรหมจรรย์                               ง. ละมุสาวาท ตอบ ง
47. การถืออุโบสถศีลไม่ให้ขาดไม่ให้ด่างพร้อย ควรกระทำอย่างไร ?
ก. ชำระบาป                           ข. สำรวมระวัง
ค. อดอาหาร                           ง. กินมังสวิรัติ ตอบ ข
48. การถืออุโบสถศีลจะได้รับผลมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอะไร ?
ก. มีสุขภาพดี                         ข. มีอายุมาก
ค. มีความตั้งใจ                      ง. มีบุญบารมี ตอบ ค
49. การถืออุโบสถศีลทำให้มนุษย์หยุดทำร้ายกัน ตรงกับข้อใด ?
ก. ศีลสร้างความปลอดภัย    ข. ศีลสร้างสวรรค์
ค. ศีลสร้างความเสมอภาค    ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ก
50. การรักษาอุโบสถศีล จัดเข้าในบุญกิริยาวัตถุข้อใด ?
ก. ทาน                                    ข. ศีล
ค. ภาวนา                                ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ข

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s